<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	>

<channel>
	<title>Thailand Library</title>
	<atom:link href="http://www.thailandlibrary.net/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>http://www.thailandlibrary.net</link>
	<description></description>
	<lastBuildDate>Sat, 03 Sep 2011 00:13:14 +0000</lastBuildDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=2.8.5</generator>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
			<item>
		<title>หวั่นฝ่าวิกฤติประชาคมอาเซียนไม่ไหว “วรวัจน์” มอบอธิการบดีติวเข้มโรงเรียน ค้านมหา’ลัยออกนอกระบบ</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 Sep 2011 00:13:14 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[นอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[ประชาคมอาเซียน]]></category>
		<category><![CDATA[มหาวิทยาลัย]]></category>
		<category><![CDATA[วรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล]]></category>
		<category><![CDATA[หวั่นฝ่าวิกฤติประชาคมอาเซียนไม่ไหว “วรวัจน์” มอบอธิการบดีติวเข้มโรงเรียน ค้านมหา’ลัยออกนอกระบบ]]></category>
		<category><![CDATA[โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=823</guid>
		<description><![CDATA[หวั่นฝ่าวิกฤติประชาคมอาเซียนไม่ไหว “วรวัจน์” มอบอธิการบดีติวเข้มโรงเรียน หาจุดดี จุดด้อยของในแต่ละจังหวัด ค้านมหา’ลัยออกนอกระบบ เพราะมหาวิทยาลัยยังไม่พร้อมที่จะรับภาระเรื่องงบประมาณ&#8230;
เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประชุมชี้แจงนโยบายด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่สถาบันอุดมศึกษา โดยมีอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิทยาลัยชุมชน เข้าร่วมการประชุม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่ตนไม่มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งจริงหรือไม่ ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและเท่าที่สัมผัสทุกส่วนยังไม่มีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องภาษา  การผลิตสินค้า  ที่จะไปแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งยังไม่รู้ศักยภาพ ทรัพยากรต่างๆ  ที่มีอยู่หรือแม้แต่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของตนเองว่ามีมากน้อยแค่ไหน หรือประเทศไทยมีจุดแข็งจุดด้อยทางด้านใด เพราะหากเข้าสู่อาเซียน ตนหวั่นว่าจะฟันฝ่าวิกฤติไปไม่ได้ ต้องเตรียมความพร้อมทุกส่วน  ตนอยากให้มหาวิทยาลัยเข้าไปดูว่าแต่ละจังหวัดของตนเองว่ามีจุดดี จุดด้อยอย่างไร และเข้าไปช่วยเตรียมพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีของจังหวัด ที่สำคัญคือ การลงไปทำหลักสูตรการศึกษาที่บูรณาการทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เข้าไปร่วมกับทุกภาคส่วน หากมีปัญหาตนจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่
รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือการออกนอกระบบนั้น  เท่าที่ตนได้คุยกับมหาวิทยาลัยไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ เนื่องจากเห็นว่ามหาวิทยาลัยยังไม่พร้อมที่จะรับภาระเรื่องงบประมาณ แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าการออกนอกระบบจะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวและไม่ต้องยึดติดกับกฎระเบียบต่างๆ ของราชการ แต่ตนก็ไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p>หวั่นฝ่าวิกฤติประชาคมอาเซียนไม่ไหว “วรวัจน์” มอบอธิการบดีติวเข้มโรงเรียน หาจุดดี จุดด้อยของในแต่ละจังหวัด ค้านมหา’ลัยออกนอกระบบ เพราะมหาวิทยาลัยยังไม่พร้อมที่จะรับภาระเรื่องงบประมาณ&#8230;</p>
<p>เมื่อวันที่ 2 ก.ย. นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวในการประชุมชี้แจงนโยบายด้านการศึกษาระดับอุดมศึกษาแก่สถาบันอุดมศึกษา โดยมีอธิการบดีจากมหาวิทยาลัยรัฐ มหาวิทยาลัยราชภัฏ วิทยาลัยชุมชน เข้าร่วมการประชุม ที่โรงแรมมิราเคิลแกรนด์ คอนเวนชั่น ว่า ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ประชาคมอาเซียนในปี 2558 แต่ตนไม่มั่นใจว่าประเทศไทยจะมีความเข้มแข็งจริงหรือไม่ ในการเข้าสู่ประชาคมอาเซียนและเท่าที่สัมผัสทุกส่วนยังไม่มีการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่องภาษา  การผลิตสินค้า  ที่จะไปแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งยังไม่รู้ศักยภาพ ทรัพยากรต่างๆ  ที่มีอยู่หรือแม้แต่ความหลากหลายทางวัฒนธรรมของตนเองว่ามีมากน้อยแค่ไหน หรือประเทศไทยมีจุดแข็งจุดด้อยทางด้านใด เพราะหากเข้าสู่อาเซียน ตนหวั่นว่าจะฟันฝ่าวิกฤติไปไม่ได้ ต้องเตรียมความพร้อมทุกส่วน  ตนอยากให้มหาวิทยาลัยเข้าไปดูว่าแต่ละจังหวัดของตนเองว่ามีจุดดี จุดด้อยอย่างไร และเข้าไปช่วยเตรียมพร้อมในเรื่องเทคโนโลยีของจังหวัด ที่สำคัญคือ การลงไปทำหลักสูตรการศึกษาที่บูรณาการทั้งการศึกษาขั้นพื้นฐาน อาชีวศึกษาและอุดมศึกษา เข้าไปร่วมกับทุกภาคส่วน หากมีปัญหาตนจะเข้าไปช่วยเหลืออย่างเต็มที่</p>
<p>รมว.ศึกษาธิการ กล่าวอีกว่า ส่วนเรื่องของการปรับเปลี่ยนสถานภาพของมหาวิทยาลัยไปเป็นมหาวิทยาลัยในกำกับของรัฐ หรือการออกนอกระบบนั้น  เท่าที่ตนได้คุยกับมหาวิทยาลัยไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ เนื่องจากเห็นว่ามหาวิทยาลัยยังไม่พร้อมที่จะรับภาระเรื่องงบประมาณ แม้ว่าหลายฝ่ายจะมองว่าการออกนอกระบบจะทำให้การบริหารจัดการคล่องตัวและไม่ต้องยึดติดกับกฎระเบียบต่างๆ ของราชการ แต่ตนก็ไม่เห็นด้วยกับการออกนอกระบบ เพราะส่วนตัวมองว่าปัญหาความไม่คล่องตัวกับการออกนอกระบบเป็นเรื่องคนละส่วน  ดังนั้น จึงไม่จำเป็นว่ามหาวิทยาลัยต้องออกนอกระบบ แต่ต้องไปปรับการบริหารจัดการให้คล่องตัวยิ่งขึ้น</p>
<p>ด้านนายสุเมธ  แย้มนุ่น  เลขาธิการ คณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า เรื่องสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการคือ มหาวิทยาลัยต้องลงไปวิเคราะห์ศักยภาพของพื้นที่และเข้าไปคลุกคลีกับโรงเรียนพื้นที่ที่รับผิดชอบเพื่อนำข้อมูลที่ได้มาจัดทำหลักสูตรร่วมกับโรงเรียนและเป็นข้อมูลจัดห้องเรียนพิเศษตามกลุ่มอาชีพ เป็นการเตรียมพร้อมสู่สายอาชีพในอนาคต.</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%ab%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%99%e0%b8%9d%e0%b9%88%e0%b8%b2%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%81%e0%b8%a4%e0%b8%95%e0%b8%b4%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b8%8a%e0%b8%b2%e0%b8%84%e0%b8%a1%e0%b8%ad/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;วรวัจน์&#8221; เผยปรับเพิ่มเงินเดือน &#8220;ครู-บุคลากร-ลูกจ้าง&#8221; ทั้งระบบรวมกว่า 4 แสนคน</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 23:59:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["วรวัจน์" เผยปรับเพิ่มเงินเดือน "ครู-บุคลากร-ลูกจ้าง" ทั้งระบบรวมกว่า 4 แสนคน]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=798</guid>
		<description><![CDATA[เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า การปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ จะต้องปรับแน่นอนตามนโยบายรัฐบาล โดยจะดูแลทั้งระบบ ซึ่งตนกำลังพิจารณาว่า  เมื่อปรับเงินเพิ่มให้จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของครูด้วย  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของนักเรียน ไม่ใช่ว่าปรับเพิ่มเงินเดือนให้แล้ว  ครูไม่ต้องทำอะไร หรือแค่ทำงานไปเรื่อยๆ ดังนั้น  การปรับเพิ่มเงินเดือนดังกล่าวจะไม่ปรับให้อัตโนมัติ แต่จะต้องประเมินคุณภาพของครูแต่ละคนก่อน และไม่จำเป็นต้องปรับพร้อมๆ กันทุกคน

&#8220;สิ่งที่ผมต้องการ  คือให้ข้าราชการครูฯมีเงินขั้นต่ำที่สามารถเลี้ยงชีพได้  โดยจะเข้าไปดูแลเรื่องค่าครองชีพของครูด้วย  ส่วนรายละเอียดจะต้องปรับอย่างไร มีหลักเกณฑ์อะไรบ้างนั้น  ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำกันอยู่ ทั้งนี้  คาดว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครูฯน่าจะเริ่มได้หลังจากได้รับงบ ประมาณปี 2555 คือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555&#8243; นายวรวัจน์กล่าว
รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า  การปรับเพิ่มเงินเดือนครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ข้าราชการครูฯมีกำลังใจที่ ดีขึ้น  เพราะจากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)  พบว่าข้าราชการครูฯมีหนี้สินรวมประมาณ 7 แสนล้านบาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: #000080;">เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวว่า</span> <span style="text-decoration: underline;"><strong><span style="color: #800000;">การปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ จะต้องปรับแน่นอนตามนโยบายรัฐบาล โดยจะดูแลทั้งระบบ</span></strong></span> ซึ่งตนกำลังพิจารณาว่า  เมื่อปรับเงินเพิ่มให้จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของครูด้วย  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของนักเรียน ไม่ใช่ว่าปรับเพิ่มเงินเดือนให้แล้ว  ครูไม่ต้องทำอะไร หรือแค่ทำงานไปเรื่อยๆ ดังนั้น  การปรับเพิ่มเงินเดือนดังกล่าวจะไม่ปรับให้อัตโนมัติ แต่<span style="color: #0000ff;">จะต้องประเมินคุณภาพของครูแต่ละคนก่อน และไม่จำเป็นต้องปรับพร้อมๆ กันทุกคน<br />
</span></p>
<p><span style="color: #800080;">&#8220;สิ่งที่ผมต้องการ  คือให้ข้าราชการครูฯมีเงินขั้นต่ำที่สามารถเลี้ยงชีพได้  โดยจะเข้าไปดูแลเรื่องค่าครองชีพของครูด้วย  ส่วนรายละเอียดจะต้องปรับอย่างไร มีหลักเกณฑ์อะไรบ้างนั้น  ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำกันอยู่ ทั้งนี้  คาดว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครูฯน่าจะเริ่มได้หลังจากได้รับงบ ประมาณปี 2555 คือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555&#8243;</span> นายวรวัจน์กล่าว</p>
<p>รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า  การปรับเพิ่มเงินเดือนครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ข้าราชการครูฯมีกำลังใจที่ ดีขึ้น  เพราะจากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.)  พบว่าข้าราชการครูฯมีหนี้สินรวมประมาณ 7 แสนล้านบาท  ซึ่งตนถือเป็นวิกฤตอย่างมากที่จะต้องลงไปจัดการแก้ไข  เพราะหากไม่ควบคุมอัตราหนี้สินไม่ให้เพิ่มขึ้นแล้ว  จะเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการปัญหานี้ ทั้งนี้  ตนจะไม่ให้มีการปล่อยกู้เพิ่มเติมแก่ข้าราชการครูฯ  โดยเฉพาะการปล่อยกู้ของสหกรณ์ออมทรัพย์ครู 87 แห่ง  ที่ได้ปล่อยกู้อย่างอิสระให้กับข้าราชการครูฯมาโดยตลอด  ต่อไปจะต้องเข้าไปดูไม่ให้ปล่อยกู้เพิ่ม และทุกโครงการต้องระงับด้วย  รวมทั้งโครงการปล่อยกู้ของกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)  เพราะตนคิดว่าหากข้าราชการครูฯยังมีปัญหาหนี้สินอยู่  ก็คงไม่มีจิตใจที่จะสอนหนังสือแน่นอน</p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">มติชนออนไลน์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;วิรุฬ&#8221; เผยใช้งบฯปีละ 2.4 หมื่นล้านขึ้นเงินเดือนขรก. คาดชงครม.ภายใน2สัปดาห์</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%ac-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2-4-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%ac-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2-4-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:10:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["วิรุฬ" เผยใช้งบฯปีละ 2.4 หมื่นล้านขึ้นเงินเดือนขรก. คาดชงครม.ภายใน2สัปดาห์]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=820</guid>
		<description><![CDATA[นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ตนได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  นโยบายการปรับรายได้ขั้นต่ำผู้ที่จบปริญญาตรีโดยเฉพาะผู้เข้ามาทำงานในระบบ ราชการ เพื่อนำเข้าที่ประชุมครม. ภายใน 2 สัปดาห์  และคาดว่าดีเดย์เริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มกราคม 2555  มีแนวทางดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ ซึ่งดำเนินการได้ทันที  โดยแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง  ให้กลุ่มบุคลากรภาครัฐที่จะได้รับการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้ ครอบคลุม 5  กลุ่มคือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ  พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ
สำหรับบุคลากรภาครัฐที่มีเงินเดือนและค่าจ้างต่ำกว่า 15,000  บาทต่อเดือน จำนวน 649,323 คน แบ่งเป็นผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปจำนวน  346,365 คน ซึ่งจะได้รับเงิน พ.ช.ค.เพิ่มรวมเงินเดือน ส่วนผู้มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 302,958 ราย ยังคงได้รับเงิน 1,500  บาทเช่นเดิม  นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับค่าจ้างเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงประจำไม่ถึง [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #000080;">นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า</span></strong> ตนได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาหลักเกณฑ์และเงื่อนไข  นโยบายการปรับรายได้ขั้นต่ำผู้ที่จบปริญญาตรีโดยเฉพาะผู้เข้ามาทำงานในระบบ ราชการ เพื่อนำเข้าที่ประชุมครม. ภายใน 2 สัปดาห์  และคาดว่าดีเดย์เริ่มดำเนินการได้ในวันที่ 1 มกราคม 2555  มีแนวทางดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ ซึ่งดำเนินการได้ทันที  โดยแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง  ให้กลุ่มบุคลากรภาครัฐที่จะได้รับการปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้ ครอบคลุม 5  กลุ่มคือ ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ  พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ</p>
<p><strong>สำหรับบุคลากรภาครัฐที่มีเงินเดือนและค่าจ้างต่ำกว่า 15,000  บาทต่อเดือน จำนวน 649,323 คน แบ่งเป็นผู้มีวุฒิปริญญาตรีขึ้นไปจำนวน  346,365 คน ซึ่งจะได้รับเงิน พ.ช.ค.เพิ่มรวมเงินเดือน</strong> ส่วนผู้มีวุฒิการศึกษาต่ำกว่าปริญญาตรี 302,958 ราย ยังคงได้รับเงิน 1,500  บาทเช่นเดิม  นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับค่าจ้างเงินเดือนและเบี้ยเลี้ยงประจำไม่ถึง  9,000บาท ก็จะได้รับเงิน พ.ช.ค. เพิ่มเป็น 9,000 บาทด้วย  โดยจะใช้งบประมาณปีละ 24,533 ล้านบาท</p>
<p>“คาดว่าจะมีผลต่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะผู้ที่ได้รับรายได้ 15,000  บาทจะใช้เงินในการอุปโภคบริโภคเต็มที่ แต่ถ้าเราช่วยคนที่มีรายได้ 2-3  หมื่นบาทต่อเดือนจะเป็นการช่วยออมทรัพย์มากกว่าที่จะเป็นการกระตุ้นการจับ จ่าย เพื่อให้กำลังซื้อในประเทศหมุนได้หลายรอบ” นายวิรุฬกล่าว และว่า</p>
<p><strong>เมื่อรายได้ข้าราชการเพิ่มขึ้นคนที่มีคุณภาพก็จะเข้าสู่ระบบราชการ เป็นธรรมชาติ ขณะเดียวกันเอกชนก็ต้องปรับปรุงตัว  เมื่ออยากได้คนมีความสามารถก็ต้องจ้างด้วยเงินที่สูงขึ้น<br />
</strong></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">ประชาชาติธุรกิจ</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%b4%e0%b8%a3%e0%b8%b8%e0%b8%ac-%e0%b9%80%e0%b8%9c%e0%b8%a2%e0%b9%83%e0%b8%8a%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%9a%e0%b8%af%e0%b8%9b%e0%b8%b5%e0%b8%a5%e0%b8%b0-2-4-%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%b7/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>เอกชนจวกเละ &#8220;คิดได้ไง&#8221; มึน &#8220;กิตติรัตน์&#8221; ชูเงินเดือนอาชีวะ 1.6 หมื่นบาท</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%b6/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%b6/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:09:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[เอกชนจวกเละ "คิดได้ไง" มึน "กิตติรัตน์" ชูเงินเดือนอาชีวะ 1.6 หมื่นบาท]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=818</guid>
		<description><![CDATA[“ส.อ.ท.” ยื่นคำขาดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ขอทยอยปรับในกรอบเวลา 3–4 ปี หวั่นธุรกิจเอสเอ็มอีระส่ำ พร้อมสวนนโยบาย “กิตติรัตน์” เงินอาชีวะ 16,000 บาท สูงกว่าปริญญาตรี 15,000 บาท ส่งสัญญาณอันตรายโครงสร้างการจ้างงานบิดเบี้ยว ด้านเด็กปั๊ม ปตท.เฮรับค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท

นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงแรงงานจะมีการหารือกับ  ส.อ.ท.ในเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันนำร่องใน 7  จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม  นนทบุรี และภูเก็ต โดยกระทรวงแรงงานต้องการให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1  ม.ค. 2555 นั้น  ส.อ.ท.ยังจะยืนยันในหลักการเดิมที่ควรมีทยอยการปรับขึ้นค่าแรงให้แรงงานใน กรอบระยะเวลา 3-4 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong>“ส.อ.ท.” ยื่นคำขาดค่าแรงขั้นต่ำ 300 บาท นำร่อง 7 จังหวัด ขอทยอยปรับในกรอบเวลา 3–4 ปี หวั่นธุรกิจเอสเอ็มอีระส่ำ <span style="color: #0000ff;">พร้อมสวนนโยบาย “กิตติรัตน์” เงินอาชีวะ 16,000 บาท สูงกว่าปริญญาตรี 15,000 บาท</span> ส่งสัญญาณอันตรายโครงสร้างการจ้างงานบิดเบี้ยว ด้านเด็กปั๊ม ปตท.เฮรับค่าแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท<br />
</strong><br />
<strong>นายสมมาต ขุนเศษฐ เลขาธิการสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.)</strong> เปิดเผยว่า กรณีที่กระทรวงแรงงานจะมีการหารือกับ  ส.อ.ท.ในเรื่องการขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำ 300 บาทต่อวันนำร่องใน 7  จังหวัดได้แก่ กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปทุมธานี นครปฐม  นนทบุรี และภูเก็ต โดยกระทรวงแรงงานต้องการให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ วันที่ 1  ม.ค. 2555 นั้น  ส.อ.ท.ยังจะยืนยันในหลักการเดิมที่ควรมีทยอยการปรับขึ้นค่าแรงให้แรงงานใน กรอบระยะเวลา 3-4 ปี และเห็นด้วยกับหลักการนำร่องใน 7 จังหวัด  แต่กระทรวงแรงงานต้องมีกรอบเวลาที่ชัดเจน เพราะหากให้นายจ้างปรับขึ้นทันที  300 บาทต่อวัน มีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2555 ส.อ.ท.ก็จะยังเดินหน้าคัดค้าน   เพราะต้องเข้าใจว่าผู้ประกอบการมีความสามารถในการรับภาระแตกต่างกันตามฐานะ ของกิจการ</p>
<p>นายสมมาตกล่าวถึงกรณีที่นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และ  รมว.พาณิชย์  ต้องการเห็นองค์กรที่เป็นเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ประกาศว่าผู้ที่จบการศึกษา ระดับอาชีวะระดับ ปวช. และ ปวส. จะได้รับเงินเดือนขั้นต่ำ 16,000  บาทต่อเดือน ว่า ส.อ.ท.ก็อยากให้นายกิตติรัตน์  ดูข้อเท็จจริงว่าระดับช่างฝีมือในการจ้างงาน  และเนื้อหาของงานของนายจ้างแต่ละกิจการมีความแตกต่างกัน  เพราะเด็กจบใหม่ยังไม่มีประสบการณ์การทำงาน และขาดทักษะฝีมือ  ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนความชำนาญในสายงาน  แต่หากเป็นช่างฝีมือแรงงานที่มีความชำนาญในการทำงาน 3-4 ปี  เงินเดือนที่นายจ้างจ่ายให้ขณะนี้ก็จะสูงกว่าปริญญาตรีอยู่แล้ว  แต่หากเด็กจบใหม่แล้วจะให้เงินเดือนตามที่นายกิตติรัตน์ต้องการคงเป็นไปได้ ยาก  และหากนายกิตติรัตน์ต้องการเห็นเงินเดือนดังกล่าวกับเด็กที่จบการศึกษาใหม่  ก็ต้องให้หน่วยงานหรือนายจ้างภาครัฐนำร่องไปก่อน</p>
<p>“ถ้าลูกจ้างมีความสามารถมีทักษะการทำงานที่เก่งจริง  ไม่ต้องกลัวว่านายจ้างจะไม่ยอมจ่ายเงินเดือนตามที่ต้องการ  เพราะบางช่วงเวลานายจ้างก็แย่งตัวลูกจ้างในบางสายงานเช่นกัน อาทิ  ช่างรถยนต์ เป็นต้น”</p>
<p><strong>นายธนิต โสรัตน์ รองประธาน ส.อ.ท.</strong> กล่าวว่า  รัฐบาลควรแยกแยะให้ออกระหว่างแรงงานมีฝีมือกับแรงงานขั้นต่ำให้ชัดเจน  เพราะผู้ที่จบอาชีวะระดับ ปวช. ปวส. มีทั้งสาขาช่าง และสาขาพาณิชย์  มีทั้งเด็กที่เก่ง และต้องใช้เวลาเรียนรู้  หากจำกัดความว่าต้องการให้นายจ้างจ่ายเงินเดือนตามที่รัฐบาลต้องการก็อาจ เป็นสัญญาณอันตรายต่อการจ้างงานได้ว่า  เงินเดือนของผู้ที่จบต่ำกว่าปริญญาตรีได้รับเงินเดือนสูงกว่าปริญญาตรีที่ รัฐบาลจะให้เดือนละ 15,000 บาท เนื่องจากผู้จบสายอาชีวะมีฐานที่ใหญ่  หรือประมาณ 6-7 ล้านคน</p>
<p>ด้านนายประเสริฐ บุญสัมพันธ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท.จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า ปตท.มีนโยบายที่จะปรับเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำจำนวนวันละ 300 บาท  ในกลุ่มของผู้ใช้แรงงานที่มีสัญญาจ้าง ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ในพื้นที่ของ ปตท.  และบริษัทในกลุ่ม ปตท. โดยตรงตามนโยบายของรัฐบาล  โดยในส่วนของภาระต้นทุนที่สูงขึ้นคิดเป็นมูลค่า 500 ล้านบาทต่อปี  ปตท.จะเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในส่วนนี้ ทั้งนี้  จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.2555 โดยจะดำเนินการในเมืองหลักก่อน เช่น  กรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรปราการ และภูเก็ต  โดยจะทยอยดำเนินการในจังหวัดอื่นๆ ต่อไป.</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <a href="http://www.thairath.co.th/content/eco/198691"><span style="color: #0000ff;">ไทยรัฐ</span></a></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%80%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%8a%e0%b8%99%e0%b8%88%e0%b8%a7%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b8%b0-%e0%b8%84%e0%b8%b4%e0%b8%94%e0%b9%84%e0%b8%94%e0%b9%89%e0%b9%84%e0%b8%87-%e0%b8%a1%e0%b8%b6/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>ไทยรั้งท้ายการศึกษาโลก</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:08:35 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ไทยรั้งท้ายการศึกษาโลก]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=816</guid>
		<description><![CDATA[นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)  จัดประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนตาม ความต้องการของประเทศ ครั้งที่ 4/2554 โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร  ประธานหอการค้าไทย เป็นประธาน  ที่ประชุมรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปี 2011  โดยไอเอ็มดี (Institute for Management Development) พบว่า  แม้ผลการดำเนินงานแต่ละตัวบ่งชี้จะดีขึ้น  แต่อันดับความสามารถเมื่อเทียบกับนานาชาติยัังไม่เป็นที่พอใจ  เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันทางด้านการศึกษาของไทย ในปี 2011  ไทยอยู่ที่อันดับ 51 จากทั้งหมด 59 ประเทศ ส่วนภาพรวมของไทยอยู่ในอันดับที่  27 พบว่าอันดับต่ำกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 26  จึงมีข้อเสนอว่าควรมีการเร่งปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นเรื่องคุณภาพทั้งครู  ผู้เรียน ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong>นางสุทธศรี วงษ์สมาน รองเลขาธิการสภาการศึกษา</strong> กล่าวว่า เมื่อเร็วๆ นี้ สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)  จัดประชุมคณะอนุกรรมการสภาการศึกษาด้านการวางแผนการผลิตและพัฒนากำลังคนตาม ความต้องการของประเทศ ครั้งที่ 4/2554 โดยมีนายดุสิต นนทะนาคร  ประธานหอการค้าไทย เป็นประธาน  ที่ประชุมรับทราบผลการจัดอันดับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ปี 2011  โดยไอเอ็มดี (Institute for Management Development) พบว่า  แม้ผลการดำเนินงานแต่ละตัวบ่งชี้จะดีขึ้น  แต่อันดับความสามารถเมื่อเทียบกับนานาชาติยัังไม่เป็นที่พอใจ  เนื่องจากความสามารถในการแข่งขันทางด้านการศึกษาของไทย ในปี 2011  ไทยอยู่ที่อันดับ 51 จากทั้งหมด 59 ประเทศ ส่วนภาพรวมของไทยอยู่ในอันดับที่  27 พบว่าอันดับต่ำกว่าปีที่แล้ว ซึ่งอยู่ในอันดับที่ 26  จึงมีข้อเสนอว่าควรมีการเร่งปฏิรูปการศึกษา โดยเน้นเรื่องคุณภาพทั้งครู  ผู้เรียน ปรับหลักสูตรการเรียนการสอน มุ่งผลสัมฤทธิ์  โดยเฉพาะวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ ภาษาอังกฤษ พัฒนาวิชาการให้เข้มแข็ง  ควบคู่คุณธรรม จริยธรรม ให้เด็กเรียนรู้ได้ตลอดชีวิตอย่างมีคุณภาพ</p>
<p>รองเลขาธิการ สกศ. กล่าวต่อว่า นอกจากนี้  ที่ประชุมยังรับทราบผลการสำรวจความต้องการแรงงานของกลุ่มอุตสาหกรรมในประเทศ ไทย ปี พ.ศ.2554-2555 และเห็นว่า คณะอนุกรรมการฯ ชุดนี้  ซึ่งมาจากทุกภาคส่วนจากหลากหลายกลุ่มอุตสาหกรรม  จะต้องทำให้ข้อมูลความต้องการกำลังแรงงานมีความชัดเจนให้ได้  เพื่อภาคการผลิตจะได้นำมาวางแผนการผลิตให้สอดคล้องและทันต่อเหตุการณ์</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">ข่าวสดออนไลน์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b9%84%e0%b8%97%e0%b8%a2%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%a2%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%a8%e0%b8%b6%e0%b8%81%e0%b8%a9%e0%b8%b2%e0%b9%82%e0%b8%a5%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;วรวัจน์&#8221; เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:07:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["วรวัจน์" เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=814</guid>
		<description><![CDATA[หัวข้อข่าว : ครูเฮ! “วรวัจน์” เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท
ครูมีหนี้ มาก ได้เฮ “วรวัจน์” ผุดโครงการปลดหนี้ครู วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ใช้งบปี  55 ดำเนินการ ส่วนรายละเอียดยังไม่ชัด  แต่ย้ำไม่ใช่การให้เงินครูกู้ไปโปะหนี้ เตรียมเสนอขอดึงงบ กรอ.จาก ก.คลัง  มาดูแลเอง
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอของบประมาณปี 2555 วงเงิน 5  หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการปลดหนี้ครู  ซึ่งตามรายงานล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำรวจพบว่า ยอดหนี้สินครูทั้งหมดสูงถึง 7  แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้วซึ่งตัวเลขหนี้สินครูแค่ 3  แสนล้านบาท เฉลี่ยแล้วครูมีหนี้สินประมาณคนละ 2 ล้านบาท [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong>หัวข้อข่าว :<span style="color: #0000ff;"> ครูเฮ! “วรวัจน์” เตรียมตั้งโครงการปลดหนี้ครู 5 หมื่นล้านบาท</span></strong></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #800080;">ครูมีหนี้ มาก ได้เฮ “วรวัจน์” ผุดโครงการปลดหนี้ครู วงเงิน 5 หมื่นล้านบาท ใช้งบปี  55 ดำเนินการ ส่วนรายละเอียดยังไม่ชัด  แต่ย้ำไม่ใช่การให้เงินครูกู้ไปโปะหนี้ เตรียมเสนอขอดึงงบ กรอ.จาก ก.คลัง  มาดูแลเอง</span></strong></p>
<p>นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.)  เปิดเผยว่า กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เตรียมเสนอของบประมาณปี 2555 วงเงิน 5  หมื่นล้านบาท เพื่อนำมาใช้ในโครงการปลดหนี้ครู  ซึ่งตามรายงานล่าสุดของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครู และบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำรวจพบว่า ยอดหนี้สินครูทั้งหมดสูงถึง 7  แสนล้านบาท เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวจากปีที่แล้วซึ่งตัวเลขหนี้สินครูแค่ 3  แสนล้านบาท เฉลี่ยแล้วครูมีหนี้สินประมาณคนละ 2 ล้านบาท ทั้งนี้  หนี้สินครูส่วนใหญ่เป็นหนี้ที่กู้มาจากสหกรณ์ออมทรัพย์ครูมากที่สุด  สำหรับรายละเอียดของโครงการปลดหนี้ครูนั้น  ยังต้องพิจารณาอีกครั้งว่าจะดำเนินการในวิธีใด  แต่อาจจะดำเนินการในรูปของกองทุน อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด</p>
<p>“ที่สำคัญ โครงการปลดหนี้ครูครั้งนี้  จะไม่ใช่การนำงบประมาณมาปล่อยกู้ให้ครูนำไปล้างหนี้เก่า  เพราะครูแต่ละคนเป็นหนี้ถึงกว่า 2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม  สินเชื่อที่ครูกู้ส่วนใหญ่คิดดอกเบี้ยที่ประมาณร้อยละ 7  ถ้าสามารถหาทางให้ครูจ่ายดอกเบี้ยเงินกู้ลดลง  ครูก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นต่อปีเป็นจำนวนมาก คำนวณคร่าวๆ ครูที่กู้เงิน 2  ล้านบาทจะมีเงินเหลือปีละเป็นแสนบาทถ้าไม่ต้องจ่ายดอกเบี้ย  และกระทรวงจะเป็นผู้ดูแลโครงการปลดหนี้ครูเองโดยตรง ซึ่งจะดีกว่าให้  สกสค.ดำเนินการเหมือนที่ผ่านมา เพราะเห็นว่า <strong><span style="color: #ff0000;">โครงการ แก้ปัญหาหนี้สินของ สกสค. ไม่สามารถแก้ปัญหาได้จริง  หนี้สินครูเป็นหนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูซึ่งไม่ได้ปล่อยกู้ตามระบบของธนาคาร พาณิชย์ แต่สหกรณ์อมมทรัพย์ครูนั้น  เหมือนบริษัทที่ครูตั้งขึ้นมาปล่อยกู้กันเอง</span></strong> เมื่อครูเข้าโครงการปลดหนี้ครูแล้ว ส่วนใหญ่ก็จะไปกู้เงินสหกรณ์ฯอีก  ที่สุดก็ต้องกลับมาเข้าโครงการปลดหนี้ครูอีกรอบ ไม่มีที่สิ้นสุด”  รมว.ศธ.กล่าวและว่า นอกจากช่วยครูปลดหนี้แล้ว  ศธ.จะลงไปดูแลขบวนการปล่อยกู้ให้ครูในรูปแบบต่างๆ ด้วย  เพื่อป้องกันไม่ให้ครูไปเป็นหนี้ซ้ำอีก ยกเว้นรายที่มีความจำเป็นจริงๆ  จึงสมควรผ่อนผันให้สร้างนี้เพิ่มได้</p>
<p>นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ศธ.จะเสนอให้โยกงบประมาณกองทุน กยศ.  ซึ่งจะเปลี่ยนไปเป็น  กรอ.มาตั้งที่กระทรวงศึกษาธิการแทนตั้งที่กระทรวงการคลัง เหตุผล หลักการของ  กองทุน กรอ.นั้น ต้องการปล่อยกู้ในสาขาที่จบแล้วมีงานทำ  เมื่อเจ้าตัวมีรายได้ถึง 16,000 บาทต่อเดือนตามเกณฑ์  จึงจะได้เริ่มใช้หนี้คืน กรอ.เพราะฉะนั้น  จะต้องมีการดูแลเรื่องการปล่อยกู้อย่างรอบครอบ ต่างจากการปล่อยกู้  กยศ.ซึ่งกำหนดให้ลูกหนี้ใช้คืนทันทีเมื่อขึ้นปีที่ 3 หลังจากจบการศึกษา  จึงไม่ต้องกลั่นกรองสาขาปล่อยกู้มากเท่า กรอ.ดังนั้น ให้  ศธ.ดูแลเองจะเหมาะสมกว่า</p>
<p></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%95%e0%b8%a3%e0%b8%b5%e0%b8%a2%e0%b8%a1%e0%b8%95%e0%b8%b1%e0%b9%89%e0%b8%87%e0%b9%82%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;วรวัจน์&#8221; เซ็นคำสั่งแบ่งงานตามภาค กุมนโยบายบริหารส่วนกลางทั้งหมด</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:06:25 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["วรวัจน์" เซ็นคำสั่งแบ่งงานตามภาค กุมนโยบายบริหารส่วนกลางทั้งหมด]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=812</guid>
		<description><![CDATA[หัวข้อข่าว : &#8220;วรวัจน์&#8221; ดื้อไม่ฟังเสียงค้าน แบ่งงานตามภาค กุมนโยบายบริหารส่วนกลางทั้งหมด
“วรวัจน์”  เซ็นแบ่งงานดื้อไม่ฟังเสียงค้าน ยันให้รับผิดชอบเป็นภาคและงานตามที่  รมว.ศธ.มอบหมาย โดย “บุญรื่น” คุมงานภาคอีสาน “สุรพงษ์” คุมภาคกลาง  ยกเว้นงานด้านนโยบาย การบริหารทั้งหมดที่สำคัญให้เป็นอำนาจ  รมว.ศธ.เพียงผู้เดียว
นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่า วันนี้ (1 ก.ย.) ตนได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่  สร.711/2554 เรื่อง  มอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งและปฏิบัติราชการแทน  ดังนี้ 1.นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) สั่งและปฏิบัติราชการแทน ในส่วนราชการต่อไปนี้ สำนักงานปลัด  ศธ.สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #0000ff;"><span style="color: #333399;">หัวข้อข่าว :</span> &#8220;วรวัจน์&#8221; ดื้อไม่ฟังเสียงค้าน แบ่งงานตามภาค กุมนโยบายบริหารส่วนกลางทั้งหมด</span></strong></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #000080;">“วรวัจน์”  เซ็นแบ่งงานดื้อไม่ฟังเสียงค้าน ยันให้รับผิดชอบเป็นภาคและงานตามที่  รมว.ศธ.มอบหมาย โดย “บุญรื่น” คุมงานภาคอีสาน “สุรพงษ์” คุมภาคกลาง  ยกเว้นงานด้านนโยบาย การบริหารทั้งหมดที่สำคัญให้เป็นอำนาจ  รมว.ศธ.เพียงผู้เดียว</span></strong></p>
<p><strong>นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.)</strong> กล่าวว่า วันนี้ (1 ก.ย.) ตนได้ลงนามในคำสั่งกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ที่  สร.711/2554 เรื่อง  มอบอำนาจให้รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการสั่งและปฏิบัติราชการแทน  ดังนี้ <strong>1.นางบุญรื่น ศรีธเรศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.)</strong> สั่งและปฏิบัติราชการแทน ในส่วนราชการต่อไปนี้ สำนักงานปลัด  ศธ.สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา (สกศ.)  สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)  สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  (สกอ.) ในเขตพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบด้วย จังหวัดเลย หนองคาย  หนองบัวลำภู อุดรธานี นครพนม มุกดาหาร สกลนคร กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม  ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ยโสธร ศรีสะเกษ อำนานเจริญ  อุบลราชธานี และ บึงกาฬ</p>
<p><strong>2.นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.ศธ.สั่งและปฏิบัติราชการแทน</strong> ส่วนราชการดังต่อไปนี้ สป.ศธ. สกศ. สพฐ. สอศ.และ สกอ.ในเขตพื้นที่ภาคกลาง  ประกอบด้วย จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา สระบุรี ชัยนาท ลพบุรี  สิงห์บุรี อ่างทอง ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี สมุทรปราการ สระแก้ว  กาญจนบุรี นครปฐม ราชบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี สมุทรสงคราม  และสมุทรสาคร</p>
<p>นายวรวัจน์ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ ยังมอบหมายให้ รมช.ศธ. ทั้ง 2  คนทำหน้าที่ตอบกระทู้ ชี้แจงญัตติ การเสนอชี้แจงกฎหมาย หรือภารกิจอื่นๆ  ที่เกี่ยวข้องกับรัฐสภา หรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานในเขตพื้นที่ที่รับผิดชอบ  รวมถึงรับผิดชอบงานอื่นๆ ตามภารกิจที่ตนได้มอบหมาย  จะยกเว้นการปฏิบัติงานเรื่องนโยบาย การบริหารงบประมาณ การบริหารงานบุคคล  เรื่องที่จะต้องนำเสนอคณะรัฐมนตรี เรื่องกฎหมายระเบียบข้อบังคับ หรือคำสั่ง  หรือมติ ครม.ที่ระบุว่าเป็นอำนาจหน้าที่ของ รมว.ศธ.โดยตรง  เรื่องที่จะต้องนำเสนอนายกรัฐมนตรีพิจารณา เรื่องที่สมควรให้  รมว.ศธ.พิจารณาสั่งการ และในภารกิจใดก็ตามที่มอบให้  รมช.ศธ.ปฏิบัติราชการแทนเมื่อปฏิบัติเสร็จแล้วให้นำเสนอ  รมว.ศธ.เพื่อทราบโดยเร็ว</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">ASTVผู้จัดการออนไลน์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c-%e0%b9%80%e0%b8%8b%e0%b9%87%e0%b8%99%e0%b8%84%e0%b8%b3%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b9%88%e0%b8%87%e0%b9%81%e0%b8%9a%e0%b9%88%e0%b8%87/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>สพฐ.รับลูก&#8221;วรวัจน์&#8221;ผุดหลักสูตรแท่งใหม่เน้นอาชีพในโรงเรียน</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5/#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 02 Sep 2011 00:05:26 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[สพฐ.รับลูก"วรวัจน์"ผุดหลักสูตรแท่งใหม่เน้นอาชีพในโรงเรียน]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=810</guid>
		<description><![CDATA[&#8220;สพฐ.&#8221;รับลูก&#8221;วรวัจน์&#8221;ผุดหลักสูตรแท่งใหม่ เน้นสอนอาชีพในโรงเรียน โดยเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและมีการวางแผนในระดับมหภาค

นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้มอบนโยบายองค์กรหลักที่มีสถานศึกษา ในสังกัดให้เน้นการจัดการศึกษาให้มีความเชื่อมโยงกับอาชีพนั้นว่า  ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้เตรียมดำเนินการการ ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและสัดส่วนของเวลาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนภาค ปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะการให้นักเรียนมีเจตคติเกี่ยวกับวิชาชีพ  ซึ่งจะเริ่มส่งเสริมตั้งแต่ระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น  ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยให้มีการจัดการเรียนการสอนและปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น  โดยจะเน้นให้นักเรียนได้มีเจตคติ และทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ  โดยจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในทุกระดับ โดยในระดับประถมศึกษา  จะเน้นให้เด็กได้รับรู้ มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน และแสวงหาความชอบของตนเอง  ส่วนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย  จะเน้นการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ  ทั้งนี้ความเข้มข้นของการส่งเสริมในเรืองดังกล่าวจะมีความเข้มข้นมากที่สุด ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะเน้นส่งเสริมทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก  โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่
เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้สพฐ.จะเสนอให้เปิดหลักสูตรแท่งใหม่ที่เป็นการเตรียมตัวเพื่อการมี งานทำ(Career Prep.)  โดยจะเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและจะต้องมีการวางแผนในระดับมหภาค  ซึ่งต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในศธ.ด้วย เช่น [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #000080;">&#8220;สพฐ.&#8221;รับลูก&#8221;วรวัจน์&#8221;ผุดหลักสูตรแท่งใหม่ เน้นสอนอาชีพในโรงเรียน โดยเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและมีการวางแผนในระดับมหภาค<br />
</span></strong><br />
<strong>นายชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.)</strong> เปิดเผยว่า ตามที่นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ(ศธ.)ได้มอบนโยบายองค์กรหลักที่มีสถานศึกษา ในสังกัดให้เน้นการจัดการศึกษาให้มีความเชื่อมโยงกับอาชีพนั้นว่า  ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.)ได้เตรียมดำเนินการการ ปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและสัดส่วนของเวลาเพื่อให้นักเรียนได้เรียนภาค ปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น  โดยเฉพาะการให้นักเรียนมีเจตคติเกี่ยวกับวิชาชีพ  ซึ่งจะเริ่มส่งเสริมตั้งแต่ระดับประถมศึกษามัธยมศึกษาตอนต้น  ไปจนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  โดยให้มีการจัดการเรียนการสอนและปฏิบัติเกี่ยวกับวิชาชีพเพิ่มมากขึ้น  โดยจะเน้นให้นักเรียนได้มีเจตคติ และทักษะเกี่ยวกับการประกอบอาชีพ  โดยจะเพิ่มความเข้มข้นขึ้นในทุกระดับ โดยในระดับประถมศึกษา  จะเน้นให้เด็กได้รับรู้ มีเจตคติที่ดีต่อการทำงาน และแสวงหาความชอบของตนเอง  ส่วนระดับ มัธยมศึกษาตอนต้น และมัธยมศึกษาตอนปลาย  จะเน้นการเตรียมความพร้อมสู่การประกอบอาชีพ  ทั้งนี้ความเข้มข้นของการส่งเสริมในเรืองดังกล่าวจะมีความเข้มข้นมากที่สุด ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งจะเน้นส่งเสริมทั้งโรงเรียนขนาดเล็ก  โรงเรียนขนาดกลางและโรงเรียนขนาดใหญ่</p>
<p>เลขาธิการกพฐ. กล่าวต่อไปว่า  นอกจากนี้สพฐ.จะเสนอให้เปิดหลักสูตรแท่งใหม่ที่เป็นการเตรียมตัวเพื่อการมี งานทำ(Career Prep.)  โดยจะเป็นหลักสูตรที่มีความยืดหยุ่นและจะต้องมีการวางแผนในระดับมหภาค  ซึ่งต้องร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆในศธ.ด้วย เช่น  สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษาต้องจัดทำแผนยุทธศาสตร์  สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษาจะต้องมีหน้าที่ในการวิจัยศักยภาพของพื้นที่ จังหวัดและลงมาช่วยการจัดหลักสูตรให้การศึกษาขั้นพื้นฐาน  โดยสิ่งเหล่านี้จะต้องมีความยึดโยงเชื่อมต่อกันทั้งหมด  อย่างไรก็ตามหลักสูตรCaree Prep  ที่จะใช้นั้นนายวรวัจน์เห็นว่าควรจะต้องส่งเสริมให้เด็กได้ค้นหาตัวเองใน เรื่องอาชีพในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ดังนั้นสพฐ.จะใช้หลักสูตรนี้ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1  ซึ่งจะปรับเนื้อหา  กิจกรรมเข้าไปในโครงสร้างหลักสูตรในปัจจุบันซึ่งอาจจะเป็นวิชาเสริมหรือวิชา เลือก โดยจะต้องทำนำร่องในโรงเรียนทั้ง 3 กลุ่มก่อน</p>
<p>&#8220;สำหรับโครงการเรียนฟรีเรียนดี 15  ปีอย่างมีคุณภาพที่นายวรวัจน์ให้สพฐ.มาดำเนินการพิจารณานั้นจะมีการปรับแนว ทางการจัดสรรเงินอุดหนุนที่ตรงกับความต้องการของผู้เรียนมากขึ้น  โดยจะไม่เป็นรายการที่จัดให้เหมือนกันหมดทุกคนแต่จะให้นักเรียนและผู้ปกครอง เลือกรายการที่ต้องการภายใต้เงินอุดหนุนที่จะจัดสรรให้นักเรียนแต่ละคนใน อัตราเดียวกัน  ทั้งนี้สพฐ.จะสำรวจความต้องการของนักเรียนและผู้ปกครองก่อนจากนั้นจะนำผลการ สำรวจมาพิจารณาประกอบร่วมกับข้อมูลในปีที่ผ่านมาว่ารายการใดที่จัดสรรให้นัก เรียนแล้วมีประโยชน์และส่งผลดีต่อการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนก็จะดำเนินการต่อ  แต่หากมีผลน้อยก็จะต้องนำกลับมาทบทวน<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">สยามรัฐ</span></span></p>
<p></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%aa%e0%b8%9e%e0%b8%90-%e0%b8%a3%e0%b8%b1%e0%b8%9a%e0%b8%a5%e0%b8%b9%e0%b8%81%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%9c%e0%b8%b8%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%a5/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;คลัง&#8221;ชงครม. เพิ่มเงินขรก.ปริญญาตรี 15,000 บาท แถมเพิ่มกลุ่มต่ำกว่าป.ตรีด้วย ดีเดย์ม.ค.55</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%81/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%81/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2011 00:03:47 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["คลัง"ชงครม. เพิ่มเงินขรก.ปริญญาตรี 15000 บาท แถมเพิ่มกลุ่มต่ำกว่าป.ตรีด้วย ดีเดย์ม.ค.55]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=808</guid>
		<description><![CDATA[กระทรวง การคลัง เตรียมเสนอ ครม. เพื่อปรับรายได้บุคลากรภาครัฐ  วุฒิปริญญาตรีขั้นต่ำต้องรับ 15,000 บาท พร้อมทั้ง  พิจารณาให้ปรับกลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้วย

นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ  โดยเฉพาะที่ผู้จบปริญญาตรีเมื่อเข้ามาทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำ อย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน  ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมบัญชีกลาง  จึงได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป
นายวิรุฬ กล่าวว่า โดยหลักเกณฑ์ทั่วๆ ไป  ที่กรมบัญชีกลางได้เสนอมาก็จะเป็นการกำหนดกลุ่มบุคลากรภาครัฐ  ที่จะได้รับการปรับเงินเพิ่มในครั้งนี้ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวง การคลัง และอัตราเงินเพิ่มที่จะได้รับตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มฯ  โดยแนวทางจะดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ (พ.ช.ค.)  ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ทันทีตามอำนาจของกระทรวงการคลัง  โดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง  โดยกลุ่มบุคลากรภาครัฐที่จะพิจารณาปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม 5  กลุ่ม คือ
ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #000080;">กระทรวง การคลัง เตรียมเสนอ ครม. เพื่อปรับรายได้บุคลากรภาครัฐ  วุฒิปริญญาตรีขั้นต่ำต้องรับ 15,000 บาท พร้อมทั้ง  พิจารณาให้ปรับกลุ่มที่ต่ำกว่าปริญญาตรีด้วย<br />
</span></strong></p>
<p>นายวิรุฬ เตชะไพบูลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า  เกี่ยวกับนโยบายรัฐบาลเรื่องการปรับรายได้ให้แก่บุคลากรภาครัฐ  โดยเฉพาะที่ผู้จบปริญญาตรีเมื่อเข้ามาทำงานในระบบราชการควรมีรายได้ขั้นต่ำ อย่างน้อย 15,000 บาทต่อเดือน  ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกรมบัญชีกลาง  จึงได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาพิจารณากำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขต่างๆ  เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรัฐบาล และนำเสนอคณะรัฐมนตรีพิจารณาต่อไป</p>
<p>นายวิรุฬ กล่าวว่า โดยหลักเกณฑ์ทั่วๆ ไป  ที่กรมบัญชีกลางได้เสนอมาก็จะเป็นการกำหนดกลุ่มบุคลากรภาครัฐ  ที่จะได้รับการปรับเงินเพิ่มในครั้งนี้ซึ่งอยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวง การคลัง และอัตราเงินเพิ่มที่จะได้รับตามเงื่อนไขต่าง ๆ ของแต่ละกลุ่มฯ  โดยแนวทางจะดำเนินการจ่ายเป็นเงินช่วยค่าครองชีพ (พ.ช.ค.)  ซึ่งจะสามารถดำเนินการได้ทันทีตามอำนาจของกระทรวงการคลัง  โดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการคลัง  โดยกลุ่มบุคลากรภาครัฐที่จะพิจารณาปรับเพิ่มรายได้ครั้งนี้จะครอบคลุม 5  กลุ่ม คือ</p>
<p>ข้าราชการ ลูกจ้างประจำ ลูกจ้างชั่วคราวที่จ้างจากเงินงบประมาณ  พนักงานราชการ และทหารกองประจำการ  ที่อยู่ในอำนาจการพิจารณาของกระทรวงการคลังโดยการแก้ไขระเบียบกระทรวงการ คลัง  และตามฐานข้อมูลบุคลากรภาครัฐจากระบบการเบิกจ่ายเงินเดือนค่าจ้างที่กรม บัญชีกลางกำกับดูแลอยู่นั้น  ปัจจุบันมีบุคลากรภาครัฐที่มีเงินเดือนและค่าจ้างต่ำกว่า 15,000  บาทต่อเดือน จำนวน 649,323 คน แบ่งเป็นตำแหน่งที่ใช้วุฒิปริญญาตรี ขึ้นไป  จำนวน 346,365 คน ต่ำกว่าปริญญาตรีโดยรวมถึงทหารกองประจำการจำนวน 302,958  ราย โดยผู้ที่วุฒิปริญญาตรีขึ้นไปจะได้รับเงิน พ.ช.ค.  เพิ่มรวมเงินเดือนเป็น 15,000 บาท  สำหรับผู้ที่วุฒิต่ำกว่าปริญญาตรียังคงได้รับเงิน พ.ช.ค. 1,500 บาท  เช่นเดิม โดยจะขยายเพดานอัตราเงินที่ได้รับเพิ่มขึ้นด้วย  นอกจากนี้กลุ่มที่ได้รับเงินเดือนค่าจ้างและทหารกองประจำการที่ได้รับเงิน เดือนและเบี้ยเลี้ยงประจำ ไม่ถึง 9,000 บาท ก็จะได้รับเงิน พ.ช.ค.  เพิ่มรวมกันให้ได้รับเป็น 9,000 บาท ด้วย โดยจะใช้เงินงบประมาณ ประมาณปีละ  24,533 ล้านบาท ซึ่งได้มีการศึกษาผลกระทบด้านต่าง ๆ แล้วไม่เป็นปัญหา</p>
<p>“การปรับรายได้ดังกล่าวกระทรวงการคลังได้เสนอแนวทางโดยสอดคล้องกับนโยบายของ รัฐบาลเพื่อให้บุคลากรภาครัฐมีรายได้เพิ่มขึ้นและเหมาะสมกับภาวะค่าครองชีพ และเป็นการช่วยกระตุ้นให้เศรษฐกิจดียิ่งขึ้น  โดยคาดว่าจะเริ่มใช้ในเดือนมกราคม 2555  เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้แก่บุคลากรภาครัฐ สำหรับกลุ่มอื่น ๆ  ได้มอบหมายให้กรมบัญชีกลางไปศึกษาเพิ่มเติมเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมต่อไป”  นายวิรุฬกล่าว<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา <span style="color: #0000ff;">มติชนออนไลน์</span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%84%e0%b8%a5%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%8a%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%a3%e0%b8%a1-%e0%b9%80%e0%b8%9e%e0%b8%b4%e0%b9%88%e0%b8%a1%e0%b9%80%e0%b8%87%e0%b8%b4%e0%b8%99%e0%b8%82%e0%b8%a3%e0%b8%81/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
		<item>
		<title>&#8220;วรวัจน์&#8221;ช็อกเล็งสังคายนาหนี้ครู7แสนล.เบรกสหกรณ์-ชพค.ให้กู้เพิ่มเริ่มขึ้นเงิน4แสนคน ก.พ.55</title>
		<link>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a2/</link>
		<comments>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a2/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 01 Sep 2011 00:02:43 +0000</pubDate>
		<dc:creator>admin</dc:creator>
				<category><![CDATA[News ข่าวการศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA["วรวัจน์"ช็อกเล็งสังคายนาหนี้ครู7แสนล.เบรกสหกรณ์-ชพค.ให้กู้เพิ่มเริ่มขึ้นเงิน4แสนคน ก.พ.55]]></category>
		<category><![CDATA[การศึกษา]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าว]]></category>
		<category><![CDATA[ข่าวการศึกษา]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://www.thailandlibrary.net/?p=806</guid>
		<description><![CDATA[&#8216;วรวัจน์&#8217;ยันต้องสนองนโยบายรัฐบาล ปรับเพิ่มรายได้&#8217;ครู-บุคลากร-ลูกจ้าง&#8217;ทั้งระบบ รวมกว่า 4 แสนคน พร้อมดูแลค่าครองชีพ

จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมเสนอ 2 สูตร  ในการปรับเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้างประจำ รวม  64,045 คน ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000  บาท ให้ได้รับเงินเดือน15,000 บาท ตามนโยบายรัฐบาล  โดยเตรียมเสนอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  พิจารณาดำเนินการซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมเดือนละ 223 ล้านบาทนั้น

เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ ศธ. กล่าวว่า การปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ จะต้องปรับแน่นอนตามนโยบายรัฐบาล  โดยจะดูแลทั้งระบบ ซึ่งตนกำลังพิจารณาว่า  เมื่อปรับเงินเพิ่มให้จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของครูด้วย  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของนักเรียน [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[<p><span style="color: black; font-size: small;"><strong><span style="color: #000080;">&#8216;วรวัจน์&#8217;ยันต้องสนองนโยบายรัฐบาล ปรับเพิ่มรายได้&#8217;ครู-บุคลากร-ลูกจ้าง&#8217;ทั้งระบบ รวมกว่า 4 แสนคน พร้อมดูแลค่าครองชีพ<br />
</span></strong></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">จากกรณีที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน (สพฐ.) เตรียมเสนอ 2 สูตร  ในการปรับเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาและลูกจ้างประจำ รวม  64,045 คน ที่มีวุฒิการศึกษาระดับปริญญาตรี แต่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000  บาท ให้ได้รับเงินเดือน15,000 บาท ตามนโยบายรัฐบาล  โดยเตรียมเสนอคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.)  ให้ความเห็นชอบ ก่อนเสนอนายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.)  พิจารณาดำเนินการซึ่งคาดว่าจะใช้งบประมาณเพิ่มเติมเดือนละ 223 ล้านบาทนั้น<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม <strong>นายวรวัจน์ เอื้ออภิญญกุล รัฐมนตรีว่าการ ศธ.</strong> กล่าวว่า การปรับเงินเดือนข้าราชการครูฯ จะต้องปรับแน่นอนตามนโยบายรัฐบาล  โดยจะดูแลทั้งระบบ ซึ่งตนกำลังพิจารณาว่า  เมื่อปรับเงินเพิ่มให้จะต้องเพิ่มประสิทธิภาพของครูด้วย  เพื่อช่วยยกระดับคุณภาพของนักเรียน  ไม่ใช่ว่าปรับเพิ่มเงินเดือนให้แล้วครูไม่ต้องทำอะไร  หรือแค่ทำงานไปเรื่อยๆดังนั้น  การปรับเพิ่มเงินเดือนดังกล่าวจะไม่ปรับให้อัตโนมัติ  แต่จะต้องประเมินคุณภาพของครูแต่ละคนก่อน และไม่จำเป็นต้องปรับพร้อมๆ  กันทุกคน<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"><span style="color: #800080;">&#8220;สิ่งที่ผมต้องการ คือ ให้ข้าราชการครูฯมีเงินขั้นต่ำที่สามารถเลี้ยงชีพได้  โดยจะเข้าไปดูแลเรื่องค่าครองชีพของครูด้วย  ส่วนรายละเอียดจะต้องปรับอย่างไร มีหลักเกณฑ์อะไรบ้างนั้น  ได้มอบให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปจัดทำกันอยู่  ทั้งนี้คาดว่าการปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครูฯน่าจะเริ่มได้หลังจากได้ รับงบประมาณปี 2555 คือในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2555&#8243;</span> นายวรวัจน์กล่าว<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">รัฐมนตรีว่าการ ศธ.กล่าวต่อว่า  การปรับเพิ่มเงินเดือนครั้งนี้เชื่อว่าจะช่วยให้ข้าราชการครูฯมีกำลังใจที่ ดีขึ้น  เพราะจากข้อมูลที่ได้รับรายงานจากสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและ สวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา(สกสค.)  พบว่าข้าราชการครูฯมีหนี้สินรวมประมาณ 7 แสนล้านบาท  ซึ่งตนถือเป็นวิกฤตอย่างมากที่จะต้องลงไปจัดการแก้ไข  เพราะหากไม่ควบคุมอัตราหนี้สินไม่ให้เพิ่มขึ้นแล้ว  จะเป็นเรื่องยากมากที่จะจัดการปัญหานี้ ทั้งนี้  ตนจะไม่ให้มีการปล่อยกู้เพิ่มเติมแก่ข้าราชการครูฯโดยเฉพาะการปล่อยกู้ของ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู87 แห่ง  ที่ได้ปล่อยกู้อย่างอิสระให้กับข้าราชการครูฯมาโดยตลอด  ต่อไปจะต้องเข้าไปดูไม่ให้ปล่อยกู้เพิ่ม และทุกโครงการต้องระงับด้วย  รวมทั้งโครงการปล่อยกู้ของกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและ บุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.)  เพราะตนคิดว่าหากข้าราชการครูฯยังมีปัญหาหนี้สินอยู่  ก็คงไม่มีจิตใจที่จะสอนหนังสือแน่นอน<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ด้านนายสุเมธ แย้มนุ่น  เลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.)  กล่าวว่าสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา  (สกอ.)ยังไม่ได้คิดสูตรการปรับขึ้นเงินเดือน  เพราะเรื่องการขึ้นเงินเดือนข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา  ต้องขึ้นอยู่กับสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) เป็นหลัก  ดังนั้น ต้องรอดูท่าทีของสำนักงาน ก.พ.ก่อน อย่างไรก็ตาม  เรื่องนี้ถือเป็นนโยบายของรัฐบาลที่คิดว่าคนที่จบปริญญาตรีแล้วมีงานทำ  ควรจะได้รับค่าตอบแทนที่เหมาะสมกับความรู้  ความสามารถและคงจะมีการวิเคราะห์ข้อดีข้อเสียแล้ว  แต่ถ้าพูดถึงแง่ของบัณฑิตที่จบในสาขาวิชาเดียวกันแต่ต่างสถาบัน  ปัจจุบันถ้าไปทำงานในภาคเอกชนมักจะได้รับค่าตอบแทนที่ไม่เท่ากัน  โดยบัณฑิตบางสถาบันจะได้มากกว่า เพราะสถานประกอบการมั่นใจในคุณภาพ  ซึ่งถือว่าเป็นสิทธิของผู้ประกอบการ<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">&#8220;แต่ต่อไปถ้าสถานประกอบการต้องถูกบังคับ ให้จ่ายเงินเดือนที่สูงขึ้นดังกล่าว  ก็อาจจะเลือกบัณฑิตจากสถาบันที่มั่นใจเท่านั้น  ทำให้บัณฑิตจากบางสถาบันไม่ถูกคัดเลือก และกลายเป็นปัญหาว่างงานตามมา  ดังนั้นจึงควรถือโอกาสนี้ในการยกระดับคุณภาพบัณฑิต  ซึ่งหมายถึงการปรับปรุงการเรียนการสอนและหลักสูตร เพื่อให้มหาวิทยาลัยต่างๆ  ผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพใกล้เคียงกัน&#8221; นายสุเมธกล่าว<br />
</span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมถึงลูกจ้างประจำทั้งระบบใน ศธ. มีจำนวนรวมกว่า 4 แสนคน</p>
<p></span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;"> </span></p>
<p><span style="color: black; font-size: small;">ที่มา: <span style="color: #0000ff;">หนังสือพิมพ์มติชน </span></span></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRss>http://www.thailandlibrary.net/%e0%b8%a7%e0%b8%a3%e0%b8%a7%e0%b8%b1%e0%b8%88%e0%b8%99%e0%b9%8c%e0%b8%8a%e0%b9%87%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b9%80%e0%b8%a5%e0%b9%87%e0%b8%87%e0%b8%aa%e0%b8%b1%e0%b8%87%e0%b8%84%e0%b8%b2%e0%b8%a2/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
		</item>
	</channel>
</rss>

