8 ข้อเสนอยกระดับการศึกษาไทย

Pic_320703

นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า คุรุสภาในฐานะสภาวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษา ได้ยื่นข้อเสนอเร่งด่วนต่อ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เพื่อพัฒนาวิชาชีพครู คุณภาพการศึกษา และคุณภาพคนไทย ใน 8 ประเด็น ดังนี้ 1.กำหนดนโยบายให้สถาบันผลิตครูผลิตครู ทั้งด้านปริมาณและคุณภาพให้สอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้ ด้วยการกำหนดโควตานักศึกษาครูและงบประมาณสนับสนุนตามโควตา 2.พัฒนาศักยภาพสถาบันผลิตครูให้มีศักยภาพใกล้เคียง หรือทัดเทียมกับสถาบันผลิตครูของประเทศชั้นนำในภูมิภาคอาเซียน 3.กำหนดนโยบายให้สถานศึกษามีครูครบทุกห้องและชั้นเรียน 4.สนับสนุนงบฯให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง

ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวอีกว่า 5.จัดให้มีมาตรฐานขั้นต่ำของสื่อการเรียนรู้ ครุภัณฑ์ และสิ่งอำนวยความสะดวก ด้วยการตรากฎหมายกำหนดมาตรฐานขั้นต่ำที่รัฐต้องจัดให้ 6.ผลักดันให้ผู้ประกอบวิชาชีพครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดได้รับเงินค่าวิทยฐานะ และเงินค่าวิชาชีพ ด้วยการปรับปรุงกฎเกณฑ์ว่าด้วยการให้มีหรือเลื่อนวิทยฐานะ ที่พิจารณาจากผลงาน 7.ปรับปรุงบัญชีเงินเดือนข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ด้วยการแก้ไขกฎหมายว่าด้วยบัญชีเงินเดือนข้าราชการครูให้เป็นบัญชีเงินเดือนเฉพาะ เช่นเดียวกับตุลาการ หรือแพทย์ และ 8.ให้ครูและบุคลากรทางการศึกษาทุกสังกัดมีสิทธิสมัคร หรือลาออกจากการเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการโดยสมัครใจ.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

ฟ้อง กก.คุรุสภาเบิกเงินเกินพร้อมดอก จี้แสดงความรับผิดชอบคืนเบี้ยประชุม แฉ สตง.ติดตามขอคืนหลายหน

Pic_316235

นายจำเริญ พรหมมาศ รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่ประถมศึกษานครศรีธรรมราช เขต 2 อดีตกรรมการคุรุสภา ชุดที่ 1 กล่าวถึงกรณีที่คณะกรรมการคุรุสภามีมติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาไปเร่งรัดเรียกคืนเงินเบี้ยประชุมของคณะกรรมการคุรุสภา ตั้งแต่ปี 2547-2551 ที่มีการเบิกเงินเบี้ยประชุมเกินสิทธิว่า กรรมการคุรุสภาคนใดที่เบิกเงินเบี้ยประชุมเกินไปและอยู่ในเกณฑ์ที่จะต้องคืนให้กับทางสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา ควรแสดงความรับผิดชอบเรื่องนี้ ไม่ใช่ทำเป็นทองไม่รู้ ร้อนแบบนี้ เพราะเงินที่เบิกเกินมานั้นถือเป็นเงินภาษีของประชาชนทุกคน ที่ผ่านมา บอร์ดคุรุสภาก็ได้เคยมีมติไปแล้ว ให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาฟ้องกรรมการที่ยังไม่ยอมคืนเงินเบี้ยประชุม เพราะถือว่าได้แจ้งให้ทราบมาโดยตลอด ทั้งผ่านทางสื่อมวลชน และส่งจดหมายแจ้งไปยังที่อยู่ของกรรมการแต่ละคนแล้ว ดังนั้น จึงเป็นหน้าที่ของสำนักงานเลขาธิการคุรุสภา โดยเฉพาะผู้ที่ทำหน้าที่รักษาการเลขาธิการคุรุสภาในขณะนี้ จะต้องเร่งดำเนินการทางกฎหมายกับกรรมการคุรุสภากลุ่มนี้

“ทราบว่าที่ผ่านมา ทางสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ได้สอบถามและทักท้วงเรื่องการติดตามทวงเงินเบี้ยประชุมคืนจากกรรมการคุรุสภามาแล้วหลายครั้ง ดังนั้นสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจะต้องเร่งดำเนินการทางกฎหมายกับกรรมการคุรุสภาที่นิ่งเฉยไม่สนใจที่จะติดต่อและนำเงินมาคืน โดยการส่งฟ้องดำเนินคดีจะต้องมีการคิดดอกเบี้ยและเสียค่าปรับต่างๆที่เกิดขึ้นด้วย” นายจำเริญกล่าว

ด้าน น.ส.รจนา วงศ์ข้าหลวง ผู้อำนวยการสำนักยกย่องเชิดชูเกียรติวิชาชีพ รักษาการเลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า หลังจากที่คณะกรรมการคุรุสภาได้มีมติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาดำเนินการทางกฎหมาย ขณะนี้ทางสำนักงานฯได้มีการส่งเรื่องให้ทางพนักงานอัยการดำเนินการกับกรรมการคุรุสภาที่ไม่คืนเงินเบี้ยประชุมแล้ว.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

ม.เทคโนโลยีราชมงคลแนะคุรุสภาขยายโควตาครูรับใบประกอบวิชาชีพ

Pic_308804

คณบดีคณะครุศาสตร์อุตสาหกรรม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล แนะ คุรุสภา ขยายโควตา”ครู”เพิ่มโอกาสรับใบประกอบวิชาชีพ หวั่นต้องตกงานเสียบุคลากรดีๆไปหมด Continue reading

อัดบอร์ดคุรุสภาชุดเก่าซุกวาระซ่อนเร้น

Pic_298860

ข้องใจตั้ง กก.ใหม่แต่ไม่ได้ทำหน้าที่ ยื่นหนังสือถามความชัดเจนเสมา 1

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยว่า สืบเนื่องจาก ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา ได้นัดประชุมกรรมการคุรุสภา วันที่ 10 ต.ค. ซึ่งภายหลังจัดการประชุมผ่านพ้นไปแล้ว ปรากฏว่าได้มีเสียงทักท้วงจากคณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่ที่เพิ่งได้รับการแต่งตั้งจาก รมว.ศึกษาธิการ และประกาศในราชกิจจานุเบกษา วันที่ 5 ต.ค. ส่งผลให้คณะกรรมการชุดใหม่สามารถเข้าปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที แต่กลับไม่เชิญให้กรรมการชุดใหม่เข้าประชุม อีกทั้งมติที่ประชุมวันที่ 10 ต.ค. อาจมีปัญหาทางข้อกฎหมาย รวมถึงการเบิกจ่ายเบี้ยประชุมและค่าเดินทาง ซึ่งคุรุสภาตั้งงบฯให้จ่ายได้เพียงเดือนละครั้ง หากกรรมการชุดใหม่ประชุมจะไม่สามารถเบิกค่าใช้จ่ายได้อีก นอกจากนี้ยังมีมติให้แต่งตั้งที่ปรึกษาเลขาธิการคุรุสภา ถึง 6 คน โดยมาจากประธานอนุกรรมการคุรุสภาแต่ละด้าน ซึ่งก็หมดวาระไปตามบอร์ดคุรุสภา จึงเป็นเรื่องแปลกที่มีการตั้งตำแหน่งที่ปรึกษาเลขาธิการคุรุสภา โดยที่เลขาธิการคุรุสภาไม่ได้เป็นผู้ร้องขอ จึงไม่แน่ใจว่าการแต่งตั้งครั้งนี้มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ แต่โดยส่วนตัวเห็นว่าการตั้งไม่มีผลสมบูรณ์ เพราะบอร์ดหมดวาระแล้ว

ด้านนายธนาศักดิ์ ศิริปุณยอนันท์ กรรมการคุรุสภาสายศึกษานิเทศก์ กล่าวว่า การที่บอร์ดคุรุสภาชุดเก่านัดประชุมเมื่อวันที่ 10 ต.ค. ทั้งที่กรรมการคุรุสภาชุดใหม่ก็มีการแต่งตั้งไปแล้ว ถือเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม และมติใดๆที่ออกมาในวันดังกล่าวต้องถือว่าไม่ชอบด้วยกฎหมาย เมื่อกรรมการชุดใหม่ได้รับการแต่งตั้งแล้ว 23 คน ก็ถือเป็นหน้าที่ที่กรรมการชุดใหม่จำนวนนี้ที่จะต้องเป็นผู้ทำหน้าที่ ส่วนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 7 คน และประธานอีก 1 คน ที่ยังไม่ได้รับการแต่งตั้งก็ให้ใช้จากบอร์ดชุดเก่าไปก่อนได้ แต่ไม่ใช่เข้ามาทำหน้าที่ทั้งคณะแบบนี้ เพื่อความชัดเจนตนจะทำหนังสือเพื่อสอบถาม รมว.ศึกษาธิการ รวมทั้งขอทราบเหตุผลความล่าช้าในการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และประธานบอร์ดชุดใหม่ด้วย.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

‘องค์กร’ เมินนัดประชุมบอร์ดคุรุสภา

Pic_295541

เมื่อวันที่ 2 ต.ค.55 นายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการคุรุสภาเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ที่ประชุมมีมติให้สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาเชิญประชุมบอร์ดคุรุสภาในวันที่ 4 ต.ค.นี้ เพื่อรับรองมติรายงานการประชุมเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ให้เสร็จก่อนที่จะมอบให้บอร์ดชุดใหม่ได้เข้ามาทำงาน

ด้านนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยที่จะให้มีการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาชุดเก่าอีกในวันที่ 4 ต.ค.นี้ และคงไม่ทำหนังสือเชิญประชุม เพราะเห็นว่าไม่มีวาระเร่งด่วนอะไรที่จะต้องประชุม ในแต่ละปีสำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้จัดทำงบประมาณเพื่อใช้ในการประชุมบอร์ดคุรุสภาไว้จำนวน 12 ครั้ง ครั้งละประมาณกว่า 600,000 บาท และจะประชุมในทุกวันพฤหัสบดีที่ 3 ของเดือน ซึ่งในการประชุมเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ของบอร์ดคุรุสภาชุดเก่าก็ถือว่าเกินมา 1 ครั้งแล้ว ซึ่งก็ต้องหางบฯในส่วนอื่นมาดำเนินการ แต่ก็เข้าใจได้ว่าเนื่องจากในการประชุมในครั้งดังกล่าวมีความจำเป็นเพราะมีวาระเร่งด่วนที่ต้องพิจารณาขอมติ เนื่องจากยังไม่มีบอร์ดคุรุสภาชุดใหม่ แต่ถ้าจะนัดประชุมอีกเพียงเพราะจะรับทราบมติที่ประชุมบอร์ดเมื่อวันที่ 28 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็คงไม่ใช่เรื่อง เพราะที่ผ่านมาจะใช้วิธีการเวียนหนังสือเพื่อทราบก็ได้ ทำไมต้องลงทุนสูงถึงกว่า 600,000 บาท เพื่อรับทราบผลประชุม

“ผมคิดว่าหากผมไม่ทำหนังสือเชิญประชุมก็คงมีคนที่จ้องเล่นงานผมว่าขัดมติที่ประชุมบอร์ด ทั้งที่การประชุมในวันดังกล่าวเป็นการพูดเองเออเองของคนไม่กี่คน ไม่มีฝ่ายเลขานุการร่วมอยู่ด้วย ที่สำคัญสาเหตุหนึ่งเป็นความพยายามของกรรมการบอร์ดคุรุสภาบางคนที่สูญเสียประโยชน์เพราะผมส่งเรื่องให้พนักงานอัยการฟ้องเรียกเงินค่าเบี้ยประชุมคืน” นายองค์กร กล่าวและว่า ในเมื่อยังไม่มีวาระด่วนที่คอขาดบาดตายก็ควรรอบอร์ดคุรุสภาชุดใหม่พิจารณา.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

“องค์กร” อัดสรรหาบอร์ดคุรุสภาอืด

Pic_294363

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา เปิดเผยถึงการสรรหาคณะกรรมการคุรุสภา ว่า ตั้งแต่มีการตั้งคณะกรรมการสรรหาบอร์ดคุรุสภาชุดใหม่ ขณะนี้ก็ครบ 9 เดือน มีการประชุมนับครั้งไม่ถ้วน และมีการใช้งบประมาณแล้วเกือบล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่เห็นทีท่าว่าจะได้บอร์ดคุรุสภาชุดใหม่เสียที ในขณะที่บอร์ดคุรุสภาชุดเก่าก็ครบวาระไปกว่า 2 เดือนแล้ว ในระหว่างที่ยังไม่มีคณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่ จึงมีเรื่องที่ค้างพิจารณาเป็นจำนวนมาก หากล่าช้าไปกว่านี้อาจจะเป็นปัญหาตามมาได้ เช่น เรื่องการอนุมัติใช้เงินงบประมาณประจำปี 2556 เป็นต้น ดังนั้น เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าโดยที่ไม่มีทางเลือก สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาจึงจำเป็นต้องเรียกประชุมบอร์ดคุรุสภาชุดเก่าเพื่อให้ช่วยพิจารณาวาระเร่งด่วนในวันที่ 28 ก.ย.นี้

“ผมไม่รู้ว่าการสรรหาคณะกรรมการคุรุสภาชุดใหม่เกิดความล่าช้าเพราะสาเหตุใด เราตั้งกรรมการสรรหามาตั้งนาน ใช้งบฯหมดไปไม่น้อย เราควรได้บอร์ดใหม่เสียที ผมไม่อยากเห็นความล่าช้าที่เกิดขึ้นเพียงเพราะความขัดแย้งของใคร หรือเพียงเพราะใครต้องการเล่นเกมการเมืองจนส่งผลเสียหายต่องานของคุรุสภา เพราะหากงานของคุรุสภาได้รับผลกระทบย่อมส่งผลไปถึงครูและบุคลากรทางการศึกษา รวมไปถึงการศึกษาชาติในที่สุด และหากความล่าช้าที่เกิดขึ้นเกิดจากความขัดแย้ง หรือใครก็ตามที่พยายามเล่นเกมการเมืองกันจริงๆ เชื่อได้ว่าคณะกรรมการสรรหาถ้าไม่ได้ดอกไม้ก็คงได้ก้อนหินแทนอย่างแน่นอน” เลขาธิการคุรุสภากล่าวและว่า อยากให้การสรรหาบอร์ดชุดใหม่ได้ขอยุติ และมีคณะกรรมการคุรุสภาเข้ามาทำหน้าที่โดยเร็วที่สุด หาก ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการ เห็นชอบรายชื่อบอร์ดคุรุสภาชุดใหม่ตามที่คณะกรรมการสรรหาเสนอเพื่อพิจารณาภายในสัปดาห์นี้ วันอังคารที่ 2 ต.ค.นี้ ก็จะได้เสนอเป็นวาระเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้พิจารณาต่อไป.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

จ่อฟันมหา'ลัย'อ'ต้นตอปลอมวุฒิ

คุรุสภาเล็งออกตั๋วครูแนวใหม่ แย้มต้องให้เข้าทดสอบทุกคน ด้าน “ไชยยศ” แฉมหาวิทยาลัย “อ” ต้นตอปัญหา เตรียมฟันผิดอาญา วอนคนช่วยเป็นพยานแย้มจะช่วยเยียวยา ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา เชื่อยังมีของปลอมอีกอื้อ อัดนโยบายรัฐผิดพลาด เร่งล้างภาพ “จ่ายครบ จบแน่” แถมเสนอ 5 มาตรการไขปัญหา

กรณีคุรุสภาพบมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งขายวุฒิประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูใน ราคาเรือนหมื่น เพื่อให้ผู้ที่จบสามารถนำไปยื่นขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพจากคุรุสภาต่อ จนนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ต้องสั่งการให้คุรุสภา ในฐานะผู้เสียหาย ส่งเรื่องและหลักฐานไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อตรวจสอบกรณีดังกล่าว เพราะการซื้อขายใบปริญญาเก๊ ซึ่งถือว่าบั่นทอนความเชื่อมั่นของระบบการศึกษาไทย ตามข่าวที่นำเสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าเมื่อวันที่ 14 เม.ย. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงกรณีที่ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยผลการสอบข้อเท็จจริง ของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) กรณีการซื้อขายใบประกาศนียบัตรบัณฑิตวิชาชีพครูในมหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งพบว่ามีมูลความจริง และมีนักศึกษา 1,345 คน เข้าข่ายซื้อใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ว่า เรื่องดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายการขยายผลจับกุมมหาวิทยาลัยที่มีการซื้อขาย วุฒิปลอม เพื่อดูว่ามีใครเกี่ยวข้องบ้าง และทำเป็นขบวนการหรือไม่

นายชินวรณ์ กล่าวต่อว่า สำหรับอธิการบดีที่เซ็นกำกับรับรองว่านักศึกษาจบการศึกษาและผ่านการฝึกงาน แต่รายชื่อบัณฑิตเหล่านี้ยังไม่ได้ผ่านการอนุมัติจากสภามหาวิทยาลัยนั้น ตนได้มอบให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง ที่ สกอ. ตั้งขึ้นและดีเอสไอเข้าไปตรวจสอบหาข้อมูลที่มหาวิทยาลัยให้ละเอียดอีกครั้ง แล้ว ส่วนจะมีบทลงโทษอย่างไรนั้นให้ดูมูลความผิดเป็นรายกรณี ซึ่งตนได้ขอให้นายไชยยศเร่งดำเนินการเรื่องนี้โดยเร็ว ที่สำคัญต้องไม่มีแพะรับบาป โดยตนจะถอนรากถอนโคนไม่ให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นอีกในยุคปฏิรูปการศึกษา

ด้าน นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้มีคนโทรศัพท์เข้ามาสอบถามตนเป็นจำนวนมากว่า มหาวิทยาลัยเอกชนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือแห่งนี้มีชื่อว่าอะไร ซึ่งตนจะยังไม่ขอเปิดเผยชื่อในเวลานี้ เนื่องจากเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อนักศึกษาในคณะอื่น ๆ ของมหาวิทยาลัย ที่ สกอ.ยังไม่ได้ตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดในลักษณะเดียวกันกับการออกใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครูหรือไม่ และหากนักศึกษาเรียนจบจริง เมื่อไปสมัครงานก็อาจจะถูกตัดสิทธิได้ เพราะนายจ้างอาจจะไม่มั่นใจ ดังนั้นจึงบอกได้เพียงว่ามหาวิทยาลัยแห่งนี้มีอักษรย่อ “อ”

“ผมขอวิงวอนให้นักศึกษา และผู้ปกครองที่ไม่ได้เรียนจริง แต่มีใบ ป.บัณฑิตหรือใบปริญญา ออกมาเปิดเผยตัวและเป็นพยาน เพื่อดำเนินคดีทางกฎหมายทั้งทางแพ่งและอาญา โดยขณะเดียวกันก็จะได้กันนักศึกษาที่ให้ความร่วมมือไว้เป็นพยานและจะกำหนด หลักเกณฑ์ในการเยียวยานักศึกษากลุ่มนี้ต่อไป อย่างไรก็ตามหากหลังจากนี้มีนักศึกษาที่ไม่มาแสดงตัว แต่นำเอกสารดังกล่าวไปใช้ อาจถูกภาครัฐและนายจ้างดำเนินคดีในภายหลังได้ ซึ่งเมื่อถึงตอนนั้น ศธ.เองก็คงช่วยอะไรไม่ได้แล้ว ส่วนเรื่องการเข้าไปเทคโอเวอร์
มหาวิทยาลัยคงต้องขอดูรายละเอียดความผิดของมหาวิทยาลัยก่อน แต่เบื้องต้นชัดเจนแล้วว่ามีความผิดฐานปลอมแปลงเอกสารและการจัดการเรียนการ สอนไม่เป็นไปตามมาตรฐานของ สกอ.” นายไชยยศ กล่าว

ด้าน ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า ก่อนหน้านี้คุรุสภาเคยกำหนดว่าจะปรับปรุงข้อบังคับการขอขึ้นทะเบียนรับใบ อนุญาตประกอบวิชาชีพทางการศึกษาใหม่ โดยจะให้ผู้มาขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ทุกคนไม่ว่าจะจบจากสถาบันใดจะต้องเข้ารับการทดสอบด้วยข้อสอบของคุรุสภา หากได้คะแนนตามเกณฑ์ถึงจะได้รับใบอนุญาตฯ ซึ่งคาดว่าจะมีผลใช้บังคับในปี 2557 จากเดิมที่ผู้จบการศึกษาจากสถาบันที่ใช้หลักสูตรคุรุศาสตร์ ศึกษาศาสตร์ซึ่งได้รับการรับรองจากคุรุสภาแล้ว สามารถนำหลักฐานมาขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ได้เลย จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่าสถาบันจัดการเรียนการสอนได้มาตรฐานที่ขออนุมัติไว้ หรือไม่

ดร.ดิเรก กล่าวต่อว่า การประชุมคณะกรรมการคุรุสภา วันที่ 21 เม.ย.นี้ ตนจะหารือต่อที่ประชุมว่าควรจะรีบแก้ไขข้อบังคับให้คุรุสภาเป็นผู้ดูแล มาตรฐานความรู้ด้วยตนเองโดยเร็ว พร้อมทั้งให้ผู้ขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ ทุกคนเข้าทดสอบ โดยทำข้อสอบของคุรุสภาเร็วขึ้นจากกำหนดเดิมในปี 2557 เป็นในปี 2555 ส่วนในปี 2554 อาจจะนำข้อสอบบางส่วนมานำร่องให้นักศึกษาครูมาทดสอบวัดความรู้ก่อนในปี นี้

ในส่วนของนายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า คุรุสภามีรายชื่อผู้จบ ป.บัณฑิตฯ ทั้ง 1,349 คนแล้ว หลังจากนี้จะลงพื้นที่ตรวจสอบเป็นรายบุคคล ซึ่งหากพบว่ากระบวนการได้ใบ ป.บัณฑิตวิชาชีพครู ไม่เป็นไปตามเงื่อนไขที่คุรุสภากำหนด เช่น ไม่ได้ฝึกงานภาคปฏิบัติในโรงเรียน หรือไม่ได้เข้าเรียน เป็นต้น ทางคุรุสภาจะเพิกถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูทันที ทั้งนี้จะพยายามเร่งดำเนินการเรื่องนี้ให้ได้ข้อสรุปโดยเร็ว แต่ขณะนี้ยังติดปัญหาโรงเรียนปิดภาคเรียนจึงทำให้ไม่สามารถเข้าไปตรวจสอบยัง โรงเรียนว่ามีนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยแห่งนี้มาฝึกงานภาคปฏิบัติจริง หรือไม่ แต่คาดว่าหลังจากเปิดภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2554 แล้วในช่วงประมาณเดือน พ.ค.นี้ กระบวนการตรวจสอบจะเสร็จสิ้นแน่นอน

“ที่ผ่านมาเราให้เกียรติและเชื่อใจมหาวิทยาลัย เมื่อส่งรายชื่อผู้สำเร็จการศึกษามา เราก็ออกใบอนุญาตฯ ให้ แต่หลังจากนี้เมื่อมีตัวอย่างเกิดขึ้นให้เห็น คุรุสภาคงต้องพิจารณาให้รอบคอบมากขึ้น และต้องรีบนำหลักเกณฑ์การขอขึ้นทะเบียนรับใบอนุญาตฯ รูปแบบใหม่ ซึ่งกำหนดว่าผู้ขอรับทุกคนจะต้องทำข้อสอบของคุรุสภา หากได้คะแนนถึงเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด ทางคุรุสภาก็จะออกใบอนุญาตฯ ให้ โดยจากเดิมจะเริ่มใช้หลักเกณฑ์นี้ในปี 2557 แต่เมื่อมีเรื่องเกิดขึ้นก็จะทบทวนการใช้หลักเกณฑ์นี้ให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหากเป็นไปได้จะเริ่มในปี 2555 เลยก็ได้” นายองค์กร กล่าว

สำหรับ นายสิริวัฒน์ ไกรสินธุ์ ส.ว. นครศรีธรรมราช ประธานคณะกรรมาธิการการศึกษา วุฒิสภา กล่าวว่า ปัญหาการปลอมวุฒิการศึกษาเป็นปัญหาใกล้เคียงเชื่อมโยงกับการศึกษาที่ไม่มี คุณภาพ ถือเป็นปัญหาใหญ่ที่รัฐบาลจะต้องเร่งเข้าไปดูแลแก้ไข ดังนั้นในฐานะประธานคณะกรรมาธิการการศึกษาฯ จึงขอเสนอทางออกให้กับรัฐบาล 5 ข้อ ดังนี้ 1. รัฐบาลควรจะเปิดศูนย์รับข้อมูลเหล่านี้ 2. เมื่อตรวจสอบพบว่าปลอมปริญญาจริง ขอเรียกร้องให้รัฐบาลต้องดำเนินการให้ถึงที่สุดทั้งทางคดีอาญาและการบริหาร โดย สกอ.อาจต้องให้คณะวิชาประกาศงดรับนักศึกษาในภาคศึกษาใหม่และหากความผิด รุนแรงต้องลงโทษถึงปิดคณะไปเลย

นายสิริวัฒน์ กล่าวต่อว่า 3. นโยบายการที่ให้เอกชนช่วยรัฐบาลจัดการการศึกษาถือเป็นนโยบายที่ดี จึงควรสนับสนุนในเรื่องของบประมาณ เพื่อให้เอกชนเข้มแข็งพึ่งพาตัวเองได้ มิเช่นนั้นสถาบันฯ คงต้องไปเน้นหาเงินจากผู้เรียนโดยไม่คำนึงถึงคุณภาพ เพราะเดี๋ยวนี้มีบางมหาวิทยาลัยเอกชนกล่าวว่า “จ่ายครบ จบแน่” 4. ผลิตครูให้สอดคล้องกับตำแหน่งที่ต้องการในระบบ และ 5. ขอให้รัฐฯ ตรวจสอบเรื่องนี้ด้วยความระมัดระวังมิเช่นนั้นจะกลายเป็นการกลั่นแกล้งทาง การเมือง เพราะช่วงนี้ใกล้เลือกตั้งด้วย.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

แจ้ง 9-10เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ ได้ที่ สพป.เขต 1 ทั่วประเทศ

9-10 เม.ย.54 รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู

ตรวจสอบรายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภา

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบวิชาชีพในการสมัครทดสอบแข่งขันเป็นเป็นข้า ราชการครูในขณะนี้ สำนักงานเลขาธิการคุรุสภาได้ส่งใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศแล้ว

ขอให้ท่านตรวจสอบ รายชื่อและขอรับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพฯ และบัตรประจำตัวสมาชิกคุรุสภาได้ที่ เจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งประจำอยู่ ณ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา เขต 1 ทุกจังหวัดทั่วประเทศ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 9 และวันอาทิตย์ที่ 10 เมษายน 2554 จากนั้นขอรับในวันและเวลาราชการ หากมีการแก้ไขข้อมูลขอให้แจ้งเจ้าหน้าที่คุรุสภาเขตพื้นทื่การศึกษาเพื่อแก้ไขต่อไป

ที่มา http://www.ksp.or.th/ksp2009/th/news/detail.php?NewsID=2431&Key=informationnews

คุรุสภาเยียวยาบัณฑิตครู

ดร.ดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา เปิดเผยว่า ในการประชุมคณะกรรมการคุรุสภาวันที่ 7 เม.ย.ที่ประชุมได้พิจารณากรณีคุรุสภายังไม่สามารถออกใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ครูให้แก่บัณฑิตกว่า 1,000 คน ที่จบการศึกษาจาก 22 สถาบันได้ เนื่องจากแต่ละสถาบันจัดการเรียนการสอนที่ต่างไปจากที่คุรุสภารับรอง ที่ประชุมจึงได้พิจารณาเรื่องนี้เพื่อเยียวยาให้บัณฑิตสามารถขอรับใบอนุญาตฯ ได้ แต่พิจารณาได้เพียง 13 สถาบัน โดยมี 12 สถาบัน ผ่านเกณฑ์ที่คุรุสภากำหนด 1 สถาบันไม่ผ่าน ส่วนอีก 9 สถาบันที่เหลือไม่สามารถพิจารณาได้ทัน ซึ่งจะส่งผลให้บัณฑิตจาก 9 สถาบันนี้ไม่ได้รับใบอนุญาตฯทันวันสุดท้ายของการรับสมัครสอบแข่งขันเพื่อ บรรจุเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ปี 2554 ในวันที่ 10 เม.ย.นี้แน่นอน

“อย่างไรก็ตามสำหรับบัณฑิตที่จบจาก 12 สถาบันที่ผ่านเกณฑ์ของคุรุสภา และมายื่นขอใบอนุญาตฯมีประมาณ 500 คน แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะได้รับใบอนุญาตฯทุกคน เพราะจากการตรวจสอบบัณฑิตบางคนก็ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานที่คุรุสภากำหนดไว้ คุรุสภาจึงไม่สามารถออกใบอนุญาตฯให้ได้” ดร.ดิเรกกล่าวและว่า จากการตรวจสอบบัณฑิตที่มาขอใบอนุญาตฯในช่วง 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าหลายคนไปเรียนหลักสูตรในสถาบันที่มีการจัดการเรียนการ สอนหลากหลายและไม่เป็นไปตามมาตรฐานของคุรุสภา ขณะที่ปัจจุบันมีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์จำนวนมากจัดการศึกษาได้ตามมาตรฐาน จะมีเพียงบางสถาบันเท่านั้นที่จัดไม่ได้มาตรฐาน จึงทำให้เกิดความยุ่งยากเมื่อบัณฑิตมายื่นขอใบอนุญาตฯ ดังนั้นเพื่อไม่ให้มีปัญหาภายหลังจึงขอไปถึงผู้ที่จะเรียนครูได้ตรวจสอบกับ คุรุสภาก่อนที่จะลงทะเบียนเรียนว่า หลักสูตรที่สถาบันนั้นเปิดสอนผ่านการรับรองและได้มาตรฐานตามที่กำหนดหรือ ไม่.

หวั่นคนนับแสนทะลักคุรุสภาขอ"ตั๋วครู"

หวั่นคนนับแสนทะลักคุรุสภาขอ “ตั๋วครู” “องค์กร”ห่วงสมัครสอบครูผู้ช่วยไม่ได้ คาใจ ก.ค.ศ.ห้ามใช้ใบรับรองสิทธิ์

จากการที่คณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้กำหนดหลักเกณฑ์ และวิธีการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุเข้ารับราชการเป็นข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งครูผู้ช่วย ประจำปี พ.ศ.2554 โดยกำหนดให้มีการรับสมัครในระหว่างวันที่ 4-10 เม.ย. 2554 และให้ผู้สนใจสมัครสอบแข่งขันเตรียมเอกสารหลักฐานให้ครบถ้วนในวันมาสมัครสอบ ที่สำคัญไม่ให้ใช้ใบรับรองสิทธิ์ในการสมัครสอบนั้น

นายองค์กร อมรสิรินันท์ เลขาธิการคุรุสภา กล่าวว่า ในเมื่อ ก.ค.ศ.มีมติดังกล่าว การรับสมัครสอบครูก็ต้องใช้ใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูเป็นหลักฐาน ในการสมัครเท่านั้น แต่โดยส่วนตัวแล้ว ตนไม่เห็นด้วยเพราะบอร์ดคุรุสภาก็พิจารณาอย่างรอบคอบแล้วว่าใบรับรองสิทธิ์ก็สามารถนำมาใช้ในการสมัครเข้าสอบแข่งขันในครั้งนี้ได้ และการที่ต้องออกใบรับรองสิทธิ์ก็เพราะต้องการแก้ปัญหาให้นักศึกษาที่จบใหม่นับแสนคน หรือผู้ที่จบมานานแล้วแต่ยังไม่มีใบประกอบวิชาชีพครู แต่ถือใบรับรองสิทธิ์อยู่ จะได้มีโอกาสที่จะได้ใช้สิทธิ์ในการสมัครสอบได้ด้วย

“การนำใบรับรองสิทธิ์มาใช้ในปีนี้ไม่ใช่เรื่องที่เลวร้ายอะไร แต่เพราะต้องการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้เด็ก ถ้าเทียบกับปีที่แล้วที่ให้โอกาสเด็กที่ยังไม่จบ ด้วยซ้ำ นำใบรับรองสิทธิ์มาใช้ไม่ยิ่งแย่กว่าปีนี้อีกหรือ ในขณะที่ปีนี้การออกใบรับรองสิทธิ์มีการตรวจเอกสารหลักฐานยืนยันว่าเป็นผู้ที่สำเร็จการศึกษามาแล้วทั้งสิ้น ผมพยายามทำความเข้าใจในที่ประชุม ก.ค.ศ. แต่ก็ไม่เป็นผล ในขณะที่กรรมการ ก.ค.ศ.หลายคนที่เป็นบอร์ดคุรุสภาและได้เห็นชอบให้มีการนำใบรับรองสิทธิ์มาใช้ก็ไม่พยายามอธิบายช่วย แต่ก็เข้าใจในเมื่อหัวโต๊ะเสียงดังว่าจะเอาอย่างไร หางโต๊ะก็คงไม่กล้าพูด อย่างไรก็ตาม ผมรู้สึกเป็นห่วงว่าหลังจากนี้จนถึงวันที่ 10 เม.ย.นี้ จะมีผู้ที่ถือใบรับรองสิทธิ์อยู่แล้ว รวมทั้งนักศึกษาที่จบใหม่ มายื่นเรื่องขอใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูใหม่ที่คุรุสภากว่าแสนราย ซึ่งคุรุสภาก็จะพยายามทำงานอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ต้องเสียสิทธิ์ในการสมัครสอบกัน แต่ก็ไม่รู้จะทำได้แค่ไหน หากออกให้ได้ไม่ทันยอมรับว่าเด็กก็คงเสียสิทธิ์ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า ก.ค.ศ.คิดถึงผลกระทบเรื่องนี้กันบ้างหรือเปล่า” นายองค์กรกล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ