ชู 3 ข้ออุ้มนิสิตเทคนิคการแพทย์

Pic_321492

รศ.ดร.บังอร เสรีรัตน์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณีนิสิตสาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มบส.ที่ถูกสภาเทคนิคการแพทย์ไม่ให้การรับรองหลักสูตร ว่า มบส.ช่วยเหลือนิสิต 3 ทาง คือ 1.ให้นิสิตเทียบโอนไปเรียนสาขาวิชาอื่นที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันของ มบส. 2. ย้ายนิสิตไปเรียนในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ของสถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่นที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากสภาเทคนิคการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ 3. มบส.จะต่อสู้ต่อไปเพื่อให้หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ มบส.ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้นิสิตได้ศึกษาที่นี่ต่อไปจนจบหลักสูตร.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

ราชภัฏบ้านสมเด็จ มีมติให้ออก ‘อาจารย์’อนาจาร นศ.

Pic_320430

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จ มีมติให้ออก “อาจารย์” ทำอนาจารนักศึกษา หลังถูกตั้งกรรมการสอบ สั่่งเข้มงวดจรรยาบรรณมากขึ้น

จากกรณีนักศึกษาคณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) เข้าแจ้งความเพื่อให้ดำเนินคดีอาจารย์รายหนึ่งของสถาบัน ในข้อหาล่อลวงและกระทำอนาจาร เมื่อเดือน ต.ค.2555 จนเป็นเหตุให้ มบส.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 15 ม.ค. น.ส.บังอร เสรีรัตน์ รองอธิการบดี มบส. ให้สัมภาษณ์ความคืบหน้ากรณีดังกล่าวว่า จากผลการพิจารณาของคณะกรรมการเสาะหาข้อเท็จจริง ซึ่งมหาวิทยาลัยตั้งขึ้นเพื่อทำหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลหลักฐานต่างๆ ได้พบว่ามีมูลความผิดจริง จึงได้ส่งเรื่องต่อไปยังคณะสอบสวนข้อเท็จจริงและได้สรุปผลการสอบข้อเท็จจริง เสนอให้ มบส.แล้ว โดยพิจารณาเห็นว่า อาจารย์คนดังกล่าวได้กระทำผิดตามที่นักศึกษาร้องเรียนจริง จึงเห็นควรให้มีบทลงโทษโดยการให้ออก ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการให้ทีมนักกฎหมายพิจารณารายละเอียดข้อมูลให้รอบคอบ ก่อนที่จะแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหารับทราบและดำเนินการตามผลการพิจารณา คาดว่าน่าจะสรุปผลข้อมูลชัดเจน และแจ้งให้ทราบภายในสิ้นเดือนม.ค.นี้

น.ส.บังอร กล่าวต่อว่า สาเหตุส่วนหนึ่งที่การพิจารณาล่าช้า เนื่องจากเป็นช่วงเปลี่ยนผ่าน มีการเปลี่ยนตัวอธิการบดีคนใหม่ แต่คณะกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงก็ยังทำงานต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามหลังเกิดเหตุการณ์ขึ้น มบส.ได้ระงับการเรียนการสอนของอาจารย์คนดังกล่าวทุกอย่าง ส่วนที่นักศึกษายังเห็นอาจารย์อยู่ในมหาวิทยาลัย เนื่องจากอาจารย์ยังต้องเข้ามาเคลียร์ข้อมูลการเรียนการสอนที่คงค้างให้เสร็จสิ้น แต่ภารกิจการสอนนั้นได้หยุดปฏิบัติการเรียนการสอนแล้ว

รองอธิการบดี มบส. กล่าวด้วยว่า อาจารย์คนดังกล่าวเป็นพนักงานมหาวิทยาลัยที่ มบส.จ้างตามระเบียบของมหาวิทยาลัย ซึ่งมีการกำหนดเงื่อนไขระเบียบการจัดจ้างรวมถึงจรรยาบรรณของอาจารย์อย่างชัดเจน ซึ่งการกระทำของอาจารย์คนดังกล่าวมีมูลและข้อมูลชัดเจนเพียงพอที่มหาวิทยาลัยจะระงับการจ้างโดยการให้ออก หากอาจารย์ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้เสียหายเห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือเห็นแย้งกับผลการพิจารณาของมหาวิทยาลัยก็มีสิทธิ์ที่จะฟ้องร้องดำเนินการอย่างไรกับ มบส.ก็ได้

“ปัญหาส่วนใหญ่ที่นักศึกษาร้องเรียนเป็นเรื่องของการกดเกรด แต่พฤติกรรมอาจารย์ลวนลามนักศึกษา การมีความสัมพันธ์เชิงชู้สาวที่ผ่านมา ไม่เคยมีปรากฏใน มบส.กรณีที่เกิดขึ้นถือว่าเป็นกรณีพิเศษที่เพิ่งเกิดขึ้น ซึ่งจากนี้ มบส.คงต้องเข้มงวดเรื่องจรรยาบรรณอาจารย์มากยิ่งขึ้น จากเดิมก็เข้มงวดอยู่แล้ว แต่นายพลสิทธิ์ หนูชูชัย อธิการบดี มบส.คนใหม่ ยิ่งเข้มงวดเรื่องดังกล่าวมากขึ้น” รองอธิการบดี มบส. กล่าว.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

เด็ก​เทคนิค​แพทย์​ มบส.​ขอ​โอน​ย้าย

เด็ก​เทคนิค​แพทย์​ มหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​บ้านสมเด็จ​เจ้าพระยา ขอ​โอน​ย้ายไป​เรียน​คณะ​ครุศาสตร์ หลักสูตร​ครู 5 ปี ​เนื่องจาก​หลักสูตร​ยัง​ไม่​ผ่าน​การ​รับรอง​จาก​สภา​เทคนิค​การ​แพทย์ …

กรณี​ปัญหา​นิสิต​ภาค​วิชา​เทคนิค​การ​แพทย์ คณะ​วิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัย​ราชภัฏ​บ้านสมเด็จ​เจ้าพระยา (มบส.) สืบ​เนื่องจาก​หลักสูตร​ยัง​ไม่​ผ่าน​การ​รับรอง​จาก​สภา​เทคนิค​การ​แพทย์​นั้น ดร.​บุญ​มี กวิน​เสก​สรรค์ คณบดี​คณะ​วิทยาศาสตร์ มบส. เผย​ความ​คืบ​หน้า​ใน​การ​เยียวยา​นิสิต​ว่า ขณะ​นี้​มี​นิสิต​จำนวน 19 คน ยื่น​คำร้อง​ขอ​โอน​ย้าย​ไป​เรียน​คณะ​ครุศาสตร์  มบส. หลักสูตร​ครู 5 ปี ซึ่ง​คณะ​วิทยาศาสตร์ฯ จะ​นำ​เสนอ​ต่อ​ที่​ประชุม​สภา​ มบส. เพื่อ​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​ให้​ได้​รับ​การ​ยกเว้น​ค่า​เล่าเรียน ขณะ​เดียวกัน​ทาง​คณะ​ได้​เร่ง​ประสาน​กับ​คณะ​เทคนิค​การ​แพทย์​ของ​มหาวิทยาลัย 2 แห่ง ที่​ผ่าน​การ​รับรอง​หลักสูตร​เทคนิค​การ​แพทย์ เพื่อ​พิจารณา​เทียบ​โอน​หน่วยกิต​จาก มบส. ว่า ​จะ​​เทียบ​โอน​ได้​จำนวน​เท่าใด ส่วน​การ​เจรจา​กับ​สภา​วิชาชีพ​เทคนิค​การ​แพทย์​นั้น สภาทนายความ​ได้​เข้า​มา​เป็น​ตัวกลาง​ใน​การ​เจรจา​ตาม​ที่​นิสิต​ไป​ร้องขอ​ความ​ช่วยเหลือ หาก​การ​เจรจา​มี​ความ​คืบ​หน้า​นิสิต​จะ​ได้​ตัดสินใจ​ว่า​จะ​ขอ​โอน​ย้าย​เรียน​ภายใน มบส. หรือ​จะ​โอน​ไป​เรียน​เทคนิค​การ​แพทย์​กับ​มหาวิทยาลัย​อื่น

ส่วน​กรณี​ปัญหา​ของ​นักศึกษา​คณะ​เทคนิค​การ​แพทย์ วิทยาลัย​นครราชสีมา​นั้น รศ.​นพ.กำจร ต​ติ​ยก​วี รอง​เลขาธิการ​คณะ​กรรมการ​การ​อุดมศึกษา เปิดเผย​ว่า นักศึกษา​ได้​มา​ขอ​ความ​มั่นใจ​กับ ส​กอ.เรื่อง​การ​สอบ​เพื่อ​ขอรับ​ใบ​อนุญาต​ประกอบ​วิชาชีพ​เทคนิค​การ​แพทย์  เนื่องจาก​สภา​เทคนิค​การ​แพทย์​เข้า​มา​ประเมินหลักสูตร​เทคนิค​การ​แพทย์​แล้วแต่​ไม่​ผ่าน

ด้าน​นายฉลอม อินทกุล อธิการบดี​วิทยาลัย​นครราชสีมา กล่าว​ว่า คณะ​เทคนิค​การ​แพทย์ รับ​นักศึกษา​มา​แล้ว​จำนวน 3 รุ่น และ​ได้​ขอ​ให้​สภา​เทคนิค​การ​แพทย์​เข้า​มา​ประเมินแต่​ไม่​ผ่าน  เนื่องจาก​จำนวน​อาจารย์​ต่อ​นักศึกษา​ไม่​เป็น​ไป​ตาม​ที่​กำหนด ขณะ​นี้​คณะ​ได้​ปรับปรุง​จำนวน​อาจารย์​แล้ว และ​ปรับปรุง​ทุก​อย่าง​ตาม​ที่​สภา​เทคนิค​การ​แพทย์​แนะนำ และ​หวัง​ว่า​หลักสูตร​จะ​ผ่าน​การ​ประเมิน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

มบส.โวยสภาเทคนิคฯไม่จริงใจช่วย

มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา โวยสภาเทคนิคการแพทย์ไม่ช่วยเหลืออย่างจริงใจ กรณีไม่รับรองหลักสูตรเทคนิคการแพทย์…

ความคืบหน้ากรณีสภาเทคนิคการแพทย์ไม่รับรองหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) โดยสภาเทคนิคฯ ขอให้ มบส. ขอรับการประเมินรอบ 3 ภายในวันที่ 9 พ.ค. นั้น ดร.บุญมี กวินเสกสรรค์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มบส. กล่าวว่า การที่สภาเทคนิคฯ จะเข้ามาตรวจในวันที่ 9 พ.ค. ตามข้อบังคับที่ว่า หากสภาเทคนิคการแพทย์มีหนังสือแจ้งว่าไม่รับรองหลักสูตรนี้ ถ้าจะยื่นประเมินใหม่ต้องทำหลังจาก 120 วัน หลังจากที่สภามีมติแล้ว ซึ่งการยื่นขอประเมินต้องดูความพร้อมของมหาวิทยาลัย ด้วยว่า จะไปปรับปรุงหลักสูตรอย่างไร เพราะคณะต้อง เตรียมความพร้อม ซึ่งอาจจะเป็นปีหน้าหรือปีอื่นๆ แต่ ไม่ใช่ระยะเวลาอันใกล้นี้ ซึ่งหากสภาเทคนิคฯจะประเมิน ภายในเดือน พ.ค.จะต้องใช้เกณฑ์ปี 2551 ดังนั้น การที่ สภาเทคนิคฯ ออกมาให้ระบุแบบนี้ก็เท่ากับว่าไม่มีความจริงใจ

“ขณะนี้กำลังเจรจากับมหาวิทยาลัยที่ผ่านการประเมิน หลักสูตรเทคนิคการแพทย์เพื่อเทียบโอนให้ นิสิต และนิสิตบางส่วนก็ได้ทำการย้ายไปเรียนสาขาวิชา อื่นแล้ว” ดร.บุญมีกล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 3 มีนาคม 2554

สภาเทคนิคการแพทย์เผยแผนเยียวยานิสิต มบส.

สภาเทคนิคการแพทย์ หาทางช่วยนิสิตภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มบส. หลังหลักสูตรไม่ได้รับการรับรอง ชี้ มบส.ฟ้องเรียกค่าเสียหายไม่สมเหตุผล…

จากกรณีนิสิตภาควิชาเทคนิคการแพทย์ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา ร้องขอความช่วยเหลือกรณีหลักสูตรไม่ได้รับการรับรองสภาเทคนิคการแพทย์ นั้น

นพ.สมชัย เจิดเสริมอนันต์ เลขาธิการสภาวิชาชีพเทคนิคการแพทย์ กล่าวว่า ในการตรวจประเมิน รอบที่ 3 มบส.ต้องเตรียมความพร้อมเพื่อให้สภาเทคนิคฯ เข้าประเมินภายใน 120 วัน หลังจากรับทราบมติไม่รับรองหลักสูตร หรือวันที่ 9 พ.ค.2554 เบื้องต้นกรณีการฝึกงานของนิสิตปี 3 ยังมีเวลาที่จะแก้ไขปัญหานี้โดยรอฟังผลการประเมินรอบ 3 ทั้งนี้ หากประเมินผ่าน นักศึกษาปี 1-3 ก็ต้องเติมเต็มความรู้ตามมาตรฐานของสภาเทคนิคฯ โดยสอบข้อสอบกลางของสภาเทคนิคฯ เพื่อวัดความรู้พื้นฐานและความรู้อื่นๆ เมื่อผ่านกระบวนการนี้แล้วจึงมีสิทธิที่จะสมัครสอบใบประกอบวิชาชีพ ส่วนกรณีประเมินไม่ผ่าน มีทางออกคือ มบส. ต้องติดต่อสถาบันการศึกษา 9 แห่งที่ได้รับการรับรองสถาบันจากสภาเทคนิคฯ เพื่อโอนหน่วยกิตนิสิตไปเรียน โดย มบส. เป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายให้นิสิตทั้งหมด หรือให้นิสิตโอนย้ายไปเรียนคณะอื่นๆ ภายใน มบส.

“สภาเทคนิคฯ มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือนิสิต แต่กฎหมายกำหนดให้เราต้องรักษาคุณภาพการผลิตบัณฑิต เพื่อเป็นการคุ้มครองประชาชนที่มาใช้บริการจากนักเทคนิคการแพทย์ เกณฑ์ที่สภาเทคนิคฯใช้ เป็นไม้บรรทัดเดียวกันกับที่ไปตรวจประเมินทุกสถาบัน ไม่ได้เลือกปฏิบัติ” นพ.สมชัย กล่าวและว่า ส่วนกรณีที่ มบส. ฟ้องร้องค่าเสียหายต่อสภาเทคนิคฯ เป็นเงิน 200 ล้านบาท นั้น เป็นค่าเสียหายที่ไม่ค่อยสมเหตุผล มีอะไรก็น่าจะมาหารือทำความเข้าใจกัน.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554

เบรกราชภัฏ'บ้านสมเด็จ'หยุดรับนศ.เข้าเทคนิคฯ

ราชภัฏ’บ้านสมเด็จ’หยุดรับนศ.เข้าเทคนิคฯ

ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิด 3 ทางเลือกให้ นศ.เทคนิคการแพทย์ เจอปัญหาหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง และขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ด้าน สกอ.เป็นคนกลางหาข้อยุติปี 54 เสนองดรับนักศึกษาใหม่ นัดสภาเทคนิคการแพทย์ตรวจสอบ ชำแหละหลักสูตรใน 120 วัน ปรับปรุงการสอนให้ได้มาตรฐาน แฉมีสถาบันเอกชนเจอปัญหาเดียวกันอีก 2 แห่ง ขณะที่ นศ.เทียบโอนโวย จู่ ๆ มีหนังสือแจ้งปิดศูนย์การเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ สัตหีบ ส่งผลนักศึกษาเกือบ 500 ชีวิต ต้องออกมาเคลื่อนไหวทวงถามความจริง หวั่นถูกลอยแพ

จากกรณีที่นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) ร้องทุกข์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่หลักสูตรไม่ได้รับการรับรองจากสภาเทคนิคการแพทย์ ทั้งที่เรียนถึงชั้นปีที่ 3 แล้ว ในขณะที่ต้นสังกัดกล่าวหาสภาเทคนิคการแพทย์ พิจารณาหลักสูตรไม่เป็นธรรม พร้อมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท ฐานทำให้เสียชื่อเสียงนั้น

เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่มบส. รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี มบส. เปิดแถลงข้อเท็จจริง และแนวทางการแก้ปัญหาว่า มบส.ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ เลือกตามความสมัครใจ ประกอบด้วย 1. เทียบโอนไปเรียนสาขาวิชาอื่น ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันของ มบส. 2. ย้ายไปเรียนในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ สถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากสภาเทคนิคการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ 3. มบส.จะต่อสู้ให้หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาต่อจนจบหลักสูตร โดยจะรอผลคำตัดสินจากศาลปกครอง ว่า จะมีคำสั่งคุ้มครองตามที่มบส. ได้ยื่นฟ้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 แนวทาง มบส. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด

“หลังจากนี้จะให้นักศึกษาได้ตัดสินใจว่าจะเลือกแนวทางใด ขณะเดียวกันก็จะเสนอทั้ง 3 แนวทางต่อสภามหาวิทยาลัย มบส. ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาโดยเร็วก่อนเปิดภาค เรียนที่ 1/2554” รศ.ดร.สุพล กล่าวและว่า ส่วนกรณีนักศึกษาปีที่ 3 ที่จะฝึกงานในช่วงเดือนตุลาคม 54 นั้น ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกนาน  แต่ในเบื้องต้น มบส.ได้ทำความร่วมมือกับโรงพยาบาลหลายแห่งที่จะส่งเด็กไปฝึกงานแล้ว จึงมั่นใจว่านักศึกษาปีที่ 3 จะได้ฝึกงานทุกคนอย่างแน่นอน

ด้าน ผศ.ดร.บุญมี กวินเสกสรร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มบส. กล่าวว่า มบส.เสนอหลักสูตรดังกล่าวตั้งแต่เมื่อปี 2551 แต่สภาเทคนิคการแพทย์มาตรวจประเมินหลังจากนั้น 2 ปี คือ ปี 2553 อีกทั้งยังใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการประเมิน และมีมติไม่รับรองหลักสูตร จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะเห็นว่าการไม่รับรองหลักสูตรทำให้ มบส. เสียหาย และคณะวิทยาศาสตร์ฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยฟ้องร้องค่าเสียหายจากสภาเทคนิคการแพทย์ 200 ล้านบาท

ขณะที่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ได้หารือกับ มบส. และสภาเทคนิคการแพทย์แล้ว โดยตกลงกันว่าในปีการศึกษา 2554 มบส. จะงดรับนักศึกษาภาควิชาเทคนิคการแพทย์ และคณะจะจัดงบประมาณ 10 ล้านบาท พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่สภาเทคนิคการแพทย์กำหนด และภายใน 120 วันจากนี้ จะให้สภาเทคนิคการแพทย์เข้ามาตรวจพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สภาเทคนิคการแพทย์ยังได้แจ้งให้ตนทราบว่า ขณะนี้มีกรณีลักษณะเดียวกันในมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 2 แห่ง ส่วนมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาการเปิดสอนหลักสูตรก่อนได้รับการรับรองจาก สภาวิชาชีพต่าง ๆ นั้น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)กำลังดูว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะเสนอให้รมว.ศึกษาธิการพิจารณาต่อไป

วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พัชรวรินทร์ รักษาราษฎร์ ผู้ประสานงานศูนย์การเรียนรู้ โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับหนังสือจากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ ศธ.0661.01/207 ลงวันที่ 17 ก.พ.54 เรื่อง การปิดศูนย์การเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เลี้ยงตระกูลงาม ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และหนังสือฉบับดังกล่าวได้ให้นักศึกษาเทียบโอนประสบการณ์ ระดับ ปวช. และปวส.ทราบ โดยแนบประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องหลักเกณฑ์การจัดการอาชีวศึกษานอกสถานที่ ลงวันที่ 28 ม.ค. 54 หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดอาชีวศึกษาด้วยวิธีการเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ งานอาชีพ เรื่อง การสั่งปิดศูนย์เทียบโอนอาชีวะนอกที่ตั้ง จำนวน 164 ศูนย์ทั่วประเทศ ทำให้นักศึกษาประจำศูนย์บางเสร่ สัตหีบ เกือบ 500 คน เกรงว่าจะถูกลอยแพ และเรียนไม่จบ ทั้งที่ได้เรียนมาแล้วหลายเดือน จึงเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ ออกมาชี้แจง และให้คำยืนยันที่แน่ชัดตามที่ได้แจ้งปิดศูนย์การเรียน

ต่อมามีนักศึกษาระดับ ปวช. และปวส. สาขาต่าง ๆ ได้ส่งตัวแทนมาขอคำชี้แจงจากว่าที่ พ.ต.วัชรพล ลักษณคล้าย คณะกรรมการสังกัดวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และ น.ส.พัชรวรินทร์ โดยชี้แจงว่าไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน และได้รับหนังสือแจ้งพร้อมกับนักศึกษาทุกคน ซึ่งศูนย์แห่งนี้ได้ลงนามความร่วมมือโครงการความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษา การเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต และร่วมลงนามข้อตกลงไว้แล้วเมื่อ 1 ต.ค.53 และทางนายกเทศมนตรีตำบลเขตอุดมศักดิ์ ได้เชิญให้ทางวิทยาลัยจัดคณะครู อาจารย์ จากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา มาเปิดการเรียนการสอนในระบบเทียบโอน และมีข้าราชการทหาร ตำรวจ และครอบครัว สนใจเข้าเรียนในภาคสมทบในสาขาวิชาชีพเป็นจำนวนมาก

น.ส.พัชรวรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีนักศึกษาเกือบ 500 คน เกิดความสับสน เพราะศูนย์เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีบ้างแล้ว ทำให้นักศึกษาขาดความเชื่อมั่น จึงชี้แจงให้นักศึกษาทราบในเบื้องต้นว่า ตามหนังสือเรื่องการแจ้งปิดศูนย์นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะยกเลิกการเรียนการสอนทั้งหมด เพียงแต่ไม่อนุญาตให้รับนักศึกษาเพิ่มเติม โดยจะให้นักศึกษาที่เรียนอยู่ในปัจจุบันเรียนจบตามหลักสูตร หรือถ่ายโอนนักศึกษาให้กับวิทยาลัยฯ ในท้องที่ จ.ชลบุรี ต่อไป แต่นักศึกษายังไม่มั่นใจว่า จะมีการโอนนักศึกษาไปอีกศูนย์หนึ่ง ที่มีการเปิดรองรับกันไว้แล้วในพื้นที่บางเสร่ สัตหีบ และด้วยความที่นักศึกษารักสถาบันที่ตัวเองเต็มใจสมัครเข้ามาศึกษา จึงต้องการจบหลักสูตร และได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองและวงศ์ตระกูล จึงต้องการขอคำยืนยันจากนายอภิสิทธิ์ ให้ออกมาชี้แจงและให้ความมั่นใจกับนักศึกษาด้วยตัวเอง.

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554