ราชภัฏ’บ้านสมเด็จ’หยุดรับนศ.เข้าเทคนิคฯ
ราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิด 3 ทางเลือกให้ นศ.เทคนิคการแพทย์ เจอปัญหาหลักสูตรไม่ผ่านการรับรอง และขอรับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด ด้าน สกอ.เป็นคนกลางหาข้อยุติปี 54 เสนองดรับนักศึกษาใหม่ นัดสภาเทคนิคการแพทย์ตรวจสอบ ชำแหละหลักสูตรใน 120 วัน ปรับปรุงการสอนให้ได้มาตรฐาน แฉมีสถาบันเอกชนเจอปัญหาเดียวกันอีก 2 แห่ง ขณะที่ นศ.เทียบโอนโวย จู่ ๆ มีหนังสือแจ้งปิดศูนย์การเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ สัตหีบ ส่งผลนักศึกษาเกือบ 500 ชีวิต ต้องออกมาเคลื่อนไหวทวงถามความจริง หวั่นถูกลอยแพ
จากกรณีที่นักศึกษาคณะวิทยาศาสตร์ ภาควิชาเทคนิคการแพทย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (มบส.) ร้องทุกข์ต่อกระทรวงศึกษาธิการ ในกรณีที่หลักสูตรไม่ได้รับการรับรองจากสภาเทคนิคการแพทย์ ทั้งที่เรียนถึงชั้นปีที่ 3 แล้ว ในขณะที่ต้นสังกัดกล่าวหาสภาเทคนิคการแพทย์ พิจารณาหลักสูตรไม่เป็นธรรม พร้อมฟ้องเรียกค่าเสียหาย 200 ล้านบาท ฐานทำให้เสียชื่อเสียงนั้น
เกี่ยวกับเรื่องนี้ เมื่อวันที่ 21 ก.พ.ที่มบส. รศ.ดร.สุพล วุฒิเสน อธิการบดี มบส. เปิดแถลงข้อเท็จจริง และแนวทางการแก้ปัญหาว่า มบส.ได้กำหนดแนวทางการแก้ไขปัญหา โดยเปิดโอกาสให้นักศึกษาชั้นปีที่ 1-3 สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ เลือกตามความสมัครใจ ประกอบด้วย 1. เทียบโอนไปเรียนสาขาวิชาอื่น ที่มีเนื้อหาใกล้เคียงกันของ มบส. 2. ย้ายไปเรียนในหลักสูตรเทคนิคการแพทย์ สถาบันอุดมศึกษาแห่งอื่น ที่ได้รับการอนุมัติหลักสูตรจากสภาเทคนิคการแพทย์ และสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) และ 3. มบส.จะต่อสู้ให้หลักสูตรเทคนิคการแพทย์ได้รับการอนุมัติ เพื่อให้นักศึกษาได้ศึกษาต่อจนจบหลักสูตร โดยจะรอผลคำตัดสินจากศาลปกครอง ว่า จะมีคำสั่งคุ้มครองตามที่มบส. ได้ยื่นฟ้องหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 แนวทาง มบส. จะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมด
“หลังจากนี้จะให้นักศึกษาได้ตัดสินใจว่าจะเลือกแนวทางใด ขณะเดียวกันก็จะเสนอทั้ง 3 แนวทางต่อสภามหาวิทยาลัย มบส. ซึ่งเชื่อว่าจะได้รับการอนุมัติเพื่อช่วยเหลือนักศึกษาโดยเร็วก่อนเปิดภาค เรียนที่ 1/2554” รศ.ดร.สุพล กล่าวและว่า ส่วนกรณีนักศึกษาปีที่ 3 ที่จะฝึกงานในช่วงเดือนตุลาคม 54 นั้น ขณะนี้ยังเหลือเวลาอีกนาน แต่ในเบื้องต้น มบส.ได้ทำความร่วมมือกับโรงพยาบาลหลายแห่งที่จะส่งเด็กไปฝึกงานแล้ว จึงมั่นใจว่านักศึกษาปีที่ 3 จะได้ฝึกงานทุกคนอย่างแน่นอน
ด้าน ผศ.ดร.บุญมี กวินเสกสรร คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มบส. กล่าวว่า มบส.เสนอหลักสูตรดังกล่าวตั้งแต่เมื่อปี 2551 แต่สภาเทคนิคการแพทย์มาตรวจประเมินหลังจากนั้น 2 ปี คือ ปี 2553 อีกทั้งยังใช้หลักเกณฑ์ใหม่ในการประเมิน และมีมติไม่รับรองหลักสูตร จึงได้ยื่นฟ้องต่อศาลปกครอง เพราะเห็นว่าการไม่รับรองหลักสูตรทำให้ มบส. เสียหาย และคณะวิทยาศาสตร์ฯ เสื่อมเสียชื่อเสียง โดยฟ้องร้องค่าเสียหายจากสภาเทคนิคการแพทย์ 200 ล้านบาท
ขณะที่ รศ.นพ.กำจร ตติยกวี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) กล่าวว่า ได้หารือกับ มบส. และสภาเทคนิคการแพทย์แล้ว โดยตกลงกันว่าในปีการศึกษา 2554 มบส. จะงดรับนักศึกษาภาควิชาเทคนิคการแพทย์ และคณะจะจัดงบประมาณ 10 ล้านบาท พัฒนาการจัดการเรียนการสอนให้เป็นไปตามมาตรฐาน ที่สภาเทคนิคการแพทย์กำหนด และภายใน 120 วันจากนี้ จะให้สภาเทคนิคการแพทย์เข้ามาตรวจพิจารณาอีกครั้ง อย่างไรก็ตาม สภาเทคนิคการแพทย์ยังได้แจ้งให้ตนทราบว่า ขณะนี้มีกรณีลักษณะเดียวกันในมหาวิทยาลัยเอกชนอีก 2 แห่ง ส่วนมาตรการระยะยาวเพื่อแก้ปัญหาการเปิดสอนหลักสูตรก่อนได้รับการรับรองจาก สภาวิชาชีพต่าง ๆ นั้น สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)กำลังดูว่าจะดำเนินการอย่างไร และจะเสนอให้รมว.ศึกษาธิการพิจารณาต่อไป
วันเดียวกัน เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.พัชรวรินทร์ รักษาราษฎร์ ผู้ประสานงานศูนย์การเรียนรู้ โรงเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี ได้รับหนังสือจากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ที่ ศธ.0661.01/207 ลงวันที่ 17 ก.พ.54 เรื่อง การปิดศูนย์การเรียนชุมชนบ้านบางเสร่ ลงนามโดย นายอภิสิทธิ์ เลี้ยงตระกูลงาม ผอ.วิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และหนังสือฉบับดังกล่าวได้ให้นักศึกษาเทียบโอนประสบการณ์ ระดับ ปวช. และปวส.ทราบ โดยแนบประกาศสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เรื่องหลักเกณฑ์การจัดการอาชีวศึกษานอกสถานที่ ลงวันที่ 28 ม.ค. 54 หลักเกณฑ์และวิธีการการจัดอาชีวศึกษาด้วยวิธีการเทียบโอนความรู้ประสบการณ์ งานอาชีพ เรื่อง การสั่งปิดศูนย์เทียบโอนอาชีวะนอกที่ตั้ง จำนวน 164 ศูนย์ทั่วประเทศ ทำให้นักศึกษาประจำศูนย์บางเสร่ สัตหีบ เกือบ 500 คน เกรงว่าจะถูกลอยแพ และเรียนไม่จบ ทั้งที่ได้เรียนมาแล้วหลายเดือน จึงเรียกร้องให้ นายอภิสิทธิ์ ออกมาชี้แจง และให้คำยืนยันที่แน่ชัดตามที่ได้แจ้งปิดศูนย์การเรียน
ต่อมามีนักศึกษาระดับ ปวช. และปวส. สาขาต่าง ๆ ได้ส่งตัวแทนมาขอคำชี้แจงจากว่าที่ พ.ต.วัชรพล ลักษณคล้าย คณะกรรมการสังกัดวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา และ น.ส.พัชรวรินทร์ โดยชี้แจงว่าไม่เคยรับรู้เรื่องนี้มาก่อน และได้รับหนังสือแจ้งพร้อมกับนักศึกษาทุกคน ซึ่งศูนย์แห่งนี้ได้ลงนามความร่วมมือโครงการความร่วมมือการจัดการอาชีวศึกษา การเทียบโอนความรู้ และประสบการณ์เข้าสู่หน่วยกิต และร่วมลงนามข้อตกลงไว้แล้วเมื่อ 1 ต.ค.53 และทางนายกเทศมนตรีตำบลเขตอุดมศักดิ์ ได้เชิญให้ทางวิทยาลัยจัดคณะครู อาจารย์ จากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา มาเปิดการเรียนการสอนในระบบเทียบโอน และมีข้าราชการทหาร ตำรวจ และครอบครัว สนใจเข้าเรียนในภาคสมทบในสาขาวิชาชีพเป็นจำนวนมาก
น.ส.พัชรวรินทร์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้มีนักศึกษาเกือบ 500 คน เกิดความสับสน เพราะศูนย์เปิดรับนักศึกษาระดับปริญญาตรีบ้างแล้ว ทำให้นักศึกษาขาดความเชื่อมั่น จึงชี้แจงให้นักศึกษาทราบในเบื้องต้นว่า ตามหนังสือเรื่องการแจ้งปิดศูนย์นั้น ไม่ได้หมายความว่า จะยกเลิกการเรียนการสอนทั้งหมด เพียงแต่ไม่อนุญาตให้รับนักศึกษาเพิ่มเติม โดยจะให้นักศึกษาที่เรียนอยู่ในปัจจุบันเรียนจบตามหลักสูตร หรือถ่ายโอนนักศึกษาให้กับวิทยาลัยฯ ในท้องที่ จ.ชลบุรี ต่อไป แต่นักศึกษายังไม่มั่นใจว่า จะมีการโอนนักศึกษาไปอีกศูนย์หนึ่ง ที่มีการเปิดรองรับกันไว้แล้วในพื้นที่บางเสร่ สัตหีบ และด้วยความที่นักศึกษารักสถาบันที่ตัวเองเต็มใจสมัครเข้ามาศึกษา จึงต้องการจบหลักสูตร และได้รับประกาศนียบัตรจากวิทยาลัยเทคนิคฉะเชิงเทรา เพื่อเป็นเกียรติและศักดิ์ศรีของตัวเองและวงศ์ตระกูล จึงต้องการขอคำยืนยันจากนายอภิสิทธิ์ ให้ออกมาชี้แจงและให้ความมั่นใจกับนักศึกษาด้วยตัวเอง.
ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2554