
สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านพระพุทธศาสนาปีแรก พบค่าเฉลี่ย ทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลายไม่ถึงครึ่ง Continue reading

สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ ประกาศผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ด้านพระพุทธศาสนาปีแรก พบค่าเฉลี่ย ทั้งระดับ ม.ต้น และ ม.ปลายไม่ถึงครึ่ง Continue reading

สทศ.ประกาศผลสอบ GAT/PAT ครั้งที่ 2 พร้อมเผยคะแนนสูงสุด-ต่ำสุด ทั้งให้นักเรียนยื่นคำร้องขอดูกระดาษคำตอบ Continue reading

ผอ.สทศ.แจงมติบอร์ด ให้ผู้เข้าสอบโอเน็ต วิทย์ ม.6 เฉพาะ 7 ศูนย์สอบเท่านั้นหลังพบข้อผิดพลาด ย้ำข้อสอบใหม่เป็นข้อสอบที่ทำไว้ก่อนหน้าคู่ขนานกัน เตรียมรับกรณีฉุกเฉิน หรือสุดวิสัย ไม่ใช่ข้อสอบเก่า ไม่ทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบแน่นอน Continue reading

มอบ สทศ. รวมข้อมูฃป้องกันสอบโอเน็ตผิดพลาดอีก ระบุยึดความเห็นส่วนใหญ่จัดสอบวิทย์ ม.6 ใหม่ Continue reading

“สมหวัง” ขอโทษ นร.-คุมเข้มข้อผิดพลาด ระบุเป็นความรับผิดชอบบอร์ด สทศ. แอดมิชชั่นฟอรั่ม ยันคะแนนฟรีไม่กระทบ Continue reading

สทศ.แจ้งผลสอบ 7 วิชาสามัญ ระบุคะแนนเฉลี่ยดีขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา ชี้คะแนนภาษาไทยเฉลี่ยสูง-คณิตต่ำสุด เตรียมส่งชื่อ นร.สอบ PAT ให้ กทม.เปิดช่องด่วนใช้สิทธิ Continue reading

สทศ.เผยเตรียมดึงอาจารย์ราชภัฏคุมสอบโอเน็ต แจงเข้มวางระบบรักษาความปลอดภัยข้อสอบ Continue reading

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) กล่าวว่า จากการที่ สทศ.ได้กำหนดปฏิทินการจัดทดสอบความถนัดทั่วไป (GAT) และการทดสอบวัดความถนัดทางวิชาชีพ (PAT) ครั้งที่ 2 ประจำปี 2556 ไปแล้ว โดยมี 2 วิชาคือ PAT 2 ความถนัดทางวิทยาศาสตร์ และ PAT 5 ความถนัดทางวิชาชีพครู ที่จัดสอบในวันที่ 3 มี.ค.2556 ซึ่งเป็นวันเดียวกับการเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครนั้น ปฏิทินการจัดสอบดังกล่าวได้ประกาศล่วงหน้านานแล้ว จึงไม่สามารถเลื่อนได้และหากจะเลื่อนก็ต้องประกาศล่วงหน้า ดังนั้น จึงขอให้ผู้สอบที่มีสิทธิเลือกตั้งวางแผนให้ดี แต่คาดว่าอาจจะมีเด็กได้รับผลกระทบไม่มากเนื่องจากเป็นการสอบ PAT ซึ่งมีผู้เข้าสอบจำนวนไม่มาก ดังนั้น หากวันดังกล่าวเด็กบางกลุ่มสอบแค่ PAT 2 ก็จะมีเวลาช่วงบ่ายกลับไปใช้สิทธิ์ หรือหากสอบ PAT 5 ก็สามารถไปใช้สิทธิ์ในช่วงเช้าได้ ยกเว้นคนที่สอบทั้ง 2 วิชาก็ต้องวางแผนไปใช้สิทธิ์ในช่วงพักกลางวัน.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์

รศ.ดร.สัมพันธ์ พันธุ์พฤกษ์ ผอ.สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ เปิดเผยภายหลังการตรวจความเรียบร้อยของสนาม ร.ร.เขมาภิรตาราม ซึ่งเป็นสนามสอบวิชาสามัญ 7 วิชา เมื่อวันที่ 6 ม.ค.ที่ผ่านมาซึ่งเป็นการสอบวันที่ 2 ว่า การจัดสอบวันแรกและวันที่ 2 เรียบร้อย ยังไม่มีรายงานเหตุฉุกเฉินหรือการกระทำที่ผิดระเบียบหรือทุจริตการสอบ โดยในปีนี้เป็นการจัดสอบปีที่ 2 และมีมหาวิทยาลัยที่นำคะแนนสอบไปใช้คัดเลือกบุคคลเข้าเรียนต่อในระบบรับตรงมากขึ้น เพราะเชื่อมั่นในมาตรฐานการสอบของ สทศ. ซึ่งวางมาตรฐานไว้ 5 ด้านคือ 1.การออกข้อสอบโดยผู้ออกข้อสอบต้องไม่มีผลประโยชน์ทับซ้อน เช่น เป็นติวเตอร์ เป็นต้น 2.ข้อสอบได้มาตรฐาน ออกตามหลักสูตรแต่มีความเข้มข้นกว่าโอเน็ต 3.มาตรฐานการรักษาความปลอดภัยในการจัดส่งข้อสอบถึงสนามสอบ การคุมสอบ 4.มาตรฐานการประมวลผลและประกาศผลสอบ 5.มาตรฐานการรายงานผลคุณภาพข้อสอบระดับความยากง่ายของข้อสอบ.
ที่มา : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐออนไลน์
“ชินวรณ์” รับผลสอบโอเน็ตนักเรียน ม.6 ไม่น่าพอใจ ลั่นต้องรีบวิเคราะห์หาสาเหตุ ปรับปรุงคุณภาพขนานใหญ่
จาก กรณีที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) ประกาศผลการสอบแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ชั้น ม.6 ปีการศึกษาการศึกษา 2553 ซึ่งผลปรากฏว่านักเรียน ม.6 ยังคงทำคะแนนได้ไม่ถึงร้อยละ 50 โดยในวิชาวิทยาศาสตร์และภาษาอังกฤษ ทำคะแนนเฉลี่ยได้ไม่ถึงร้อยละ 20 ซึ่งแย่ลงกว่าปีการศึกษา 2552 ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ความคืบหน้าเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเมื่อวันที่ 6 เม.ย.นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ต้องยอมรับผลการสอบโอเน็ต ของนักเรียนม .6 ในช่วงที่ผ่านมายังไม่เป็นที่น่าพอใจ ขณะเดียวกันต้องมาวิเคราะห์สาเหตุ และหาแนวทางแก้ไขไปต่อไป โดยต้องดูคุณภาพของครู กระบวนการเรียนการสอน และการจัดสอบของ สทศ. ว่าเมื่อมีการสอบแล้วได้นำผลการสอบไปใช้ปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนหรือ ไม่
“ตนไม่อยากให้นักเรียนและผู้ปกครองกังวลผลการสอบโอเน็ตมากนัก เพราะการสอบโอเน็ตจะต่างจากการสอบเลื่อนชั้น และการสอบวัดความถนัดทั่วไปหรือแกต และการสอบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือแพท 1 ปีที่ผ่าน ผมพยายามปรังปรุงคุณภาพการเรียนการสอนให้สูงขึ้นมาตลอด โดยประกาศจุดเน้นคุณภาพของผู้เรียนต้องอ่านออก เขียนได้ นักเรียนม.4-ม.6 ต้องมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเกินร้อยละ 50 ครูต้องปรับปรุงการเรียนการสอนด้วยการนำระบบไอซีทีมาช่วยสอน รวมทั้งต้องไม่เน้นให้เด็กท่องจำ แต่เรียนรู้ด้วยตนเองมากขึ้น และไม่ไปกวดวิชา แต่เมื่อผลการสอบโอเน็ตออกมาผมก็ยอมรับว่าไม่เป็นที่น่าพอใจ และจากนี้จะต้องมีการปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนในห้องเรียนขนานใหญ่” นายชินวรณ์ กล่าว
ด้าน ดร.สมเกียรติ ชอบผล รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(กพฐ.) กล่าวว่า เมื่อผลการสอบโอเน็ตออกมาดังกล่าว ตนเชื่อและรู้สึกเป็นห่วง โดยเบื้องต้นเชื่อว่าส่วนหนึ่งเพราะข้อสอบที่เปลี่ยนไป ขณะเดียวกันเด็กที่เข้าสอบก็เป็นคนละรุ่น อย่างไรก็ตามหลังจากนี้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะนำผลการสอบมาวิเคราะห์อย่างละเอียดอีกครั้ง ที่ผ่านมา สพฐ.ได้มีการนำร่องใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ. 2551 โดยการแบ่งกลุ่มโรงเรียนและนักเรียนออกเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มเก่ง จะพัฒนาให้เต็มตามศักยภาพ กลุ่มทั่วไปจะส่งเสริม และกลุ่มอ่อนจะช่วยเหลือ
ดังนั้นต้องมาวิเคราะห์เจาะลึกตามรายกลุ่มว่ามีผลคะแนนเป็นอย่างไร และจะมาคิดคะแนนเฉลี่ยในภาพรวมของประเทศไม่ได้ เนื่องจากเด็กกลุ่มอ่อน ซึ่งเป็นเด็กส่วนใหญ่จะไปดึงผลคะแนนของเด็กเก่ง
ส่วน ดร.ชัยพฤกษ์ เสรีรักษ์ รองเลขาธิการ กพฐ. กล่าวว่า สพฐ.จะขอข้อมูลอย่าละเอียดจาก สทศ. โดยให้จำแนกตามขนาดของโรงเรียนและที่ตั้ง เพื่อนำมาวิเคราะห์ว่าคะแนนที่แย่ลงนั้นมาจากสาเหตุอะไร อย่างไรก็ตามเดิมมีการสันนิฐานว่าคะแนนโอเน็ตของเด็กม.6 ที่ออกมาไม่ดี ส่วนหนึ่งมาจากความไม่ตั้งใจในการสอบโอเน็ตของเด็ก เพราะบางคนอาจจะสอบติดรับตรงของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้ใช้ผลการสอบโอเน็ต มาประกอบการเข้าเรียนไปแล้ว.
ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์