Posts Tagged ‘ กระทรวงศึกษาธิการ ’

ศธ.ชี้โยกย้ายต้องโปร่งใสไม่เรียกเงิน กินเลือดกินเนื้อเพื่อนครู คาดหวัง อ.ก.ค.ศ.ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ให้เป็นจริง สอบบรรจุให้ตรงสาขาที่ขาดแคลน …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการการบริหารงานบุคคลของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 42 เขตทั่วประเทศ ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า สิ่งที่ตนคาดหวังจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มี 3 เรื่องได้แก่
1.การปฏิบัติและบริหารงานด้วยระบบคุณธรรม
2.การบริหารงานบุคคลต้องปราศจากการกินเลือดกินเนื้อของเพื่อนครู อย่างเช่น สิ่งที่เคยมีการพูดในอดีตว่าเวลาข้าราชการครูฯ จะขอย้ายโรงเรียนต้องเสียเงิน คิดเป็นกิโลเมตรจะต้องไม่มีเกิดขึ้น รวมทั้งการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูก็ต้องเป็นไปด้วยระบบคุณธรรมและปราศจากการหาผลประโยชน์จากครู โดยจะต้องห้ามไม่ให้มีข้อกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการครูฯ และ
3.จะต้องหาทางช่วยกันขับเคลื่อนเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ให้เป็นจริงให้ได้

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า สำหรับการสอบบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในปีการศึกษา 2554 นั้น ตนขอเน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีการฝากใครเข้าทำงานในตำแหน่งดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และทุกอย่างจะต้องมีการดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจให้ผู้ที่สมัครสอบบรรจุในครั้งนี้ได้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยังคาดหวังว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาจะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อยกระดับให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากันกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในอนาคต

“การทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรจะต้องเน้นย้ำการปฏิรูปการศึกษาฯ และควรจะต้องช่วยกันผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างเรื่องการส่งเสริมคุณภาพของข้าราชการครูให้มีมากขึ้น อย่างการบรรจุครูเข้าทำหน้าที่ในโรงเรียนดีประจำตำบลก็อยากให้มีการบรรจุข้าราชการครูให้ตรงกับวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการอย่างแท้จริงด้วย” นายชินวรณ์กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

 

สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯ

‘ชินวรณ์’ ยันรับเด็กเดินถูกทาง-สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีผู้ปกครองนักเรียนโทรศัพท์มายังสายด่วน 1579 เพราะไม่พอใจนโยบายรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า นโยบายดังกล่าวผ่านขั้นตอนแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ปกครองนักเรียนที่ผิดหวังอาจไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมล์มาให้ กำลังใจตน ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 เชื่อว่านโยบายรับนักเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

“นโยบายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ประกาศก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งผมอยากถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือให้มาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ภาพรวมการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมีร้อยละ 1.5 หรือ 3,000 คน ส่วนที่บางโรงเรียนรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจำนวนมากได้รับรายงานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ด้านนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ที่ยังไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ส่วนโรงเรียนใดที่ยังมีที่นั่งชั้น ม.4 ว่างอยู่นั้น เขตพื้นที่ฯจะเร่งรวบรวมข้อมูลและประกาศ ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 25 มีนาคม 2554

 

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

รมว.ศึกษาธิการ จี้อาชีวะสอบวีเน็ต ชี้เป็นการไม่เกี่ยวสถาบันคุณวุฒิเพราะเข้ามาดูแลคุณภาพวิชาชีพ อีกทั้งยังเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา ที่สถาบันจะต้องนำผลสอบที่ได้ไปปรับปรุงการเรียนการสอน…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวถึงนโยบายการจัดทดสอบอาชีวศึกษาระดับชาติ หรือ V-NET ของนักเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) โดยที่ผ่านมา สอศ. ยืนยันว่าจะไม่ร่วมสอบ V-NET เนื่องจากกำลังดำเนินการเรื่องจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ ว่า ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการดำเนินการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเรียบร้อยแล้ว และสถาบันดังกล่าวจะเข้ามาดูแลคุณภาพในเชิงวิชาชีพ ไม่ใช่คุณภาพทางวิชาการ ส่วนคุณภาพในเชิงวิชาการหรือการสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กนั้น ตนได้มอบนโยบายให้สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ(สทศ.)เข้ามาดูแลจัดสอบให้ และจะต้องดูแลการสอบให้มีประสิทธิภาพและโปร่งใส ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพการศึกษา โดยสถานศึกษาต้องนำผลสอบที่ได้ไปปรับปรุงคุณภาพการเรียนการสอนต่อไป ดังนั้น กรณีที่จะให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพเป็นผู้จัดทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของเด็กด้วยนั้นคงต้องไปคิดให้ตกผลึกก่อน

ด้าน น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) กล่าวว่า สอศ.ยืนยันว่า สอศ.จะยังไม่จัดสอบ V-NET เพราะขณะนี้มีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพขึ้นมาเพื่อวัดสมรรถภาพของผู้เรียนและเรื่องนี้ถือเป็นเรื่องสำคัญที่ สอศ.จะต้องเร่งดำเนินการ ขณะที่สถานศึกษาในสังกัด สอศ.ก็ได้รับการประเมินภายนอกจากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) อยู่แล้ว ส่วนในอนาคตจะเข้าร่วมสอบ V-NET กับทาง สทศ.หรือไม่นั้นคงต้องหารือกันต่อไป.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 7 มีนาคม 2554

 

คลอดเกณฑ์รับบริจาคภาคเอกชนหนุนศึกษา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

ศธ. จี้ทำคลอดเกณฑ์รับบริจาคภาคเอกชนหนุนการศึกษา คืนกำไรให้สังคม สามารถนำไปลดหย่อนภาษีบริษัทได้ 2 เท่า …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้หารือกับ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า เนื่องจากในช่วงหลังรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เข้ามาพัฒนาทางการศึกษา และประกอบกับทางภาคเอกชนก็มีพันธกิจที่จะคืนกำไรให้กับสังคม ฉะนั้นส่วนตัวเห็นว่าการคืนกำไรให้กับสังคมของผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนต่างๆไม่มีเรื่องใดที่จะสำคัญและยิ่งใหญ่ไปกว่าการมาลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์หรือการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของฝ่ายบริจาค กับสถานศึกษาที่ชัดเจน ดังนั้น ตนจึงได้มอบหมาย สพฐ.ให้ไปดำเนินการจัดประชุมระดมความเห็นในเรื่องนี้ และจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงร่วมกันด้วย เพราะการคืนกำไรให้กับสังคมของผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีบริษัทได้ 2 เท่าเมื่อมาบริจาคให้ กับสถานศึกษา หรือบางสถานประกอบการนำไปลด หย่อนภาษีให้ตนเองได้ด้วย รวมทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถานประกอบการด้วย

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ตนคิดว่า ศธ.มีสถานศึกษาในสังกัดจำนวนมากมาย จึงควรจะกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องนี้ให้ชัดเจน หากไม่มีการกำหนดเกณฑ์การบริจาคที่ชัดเจนอาจจะไม่สามารถระดมทรัพยากรที่สนองตอบตรงกับเป้าหมายหรือความ ต้องการของสถานศึกษาได้และคิดว่าผู้มาบริจาคก็ไม่ต้องการจะถูกกล่าวหาว่ามาบริจาคเพื่อเอาหน้าหรือนำไปลดหย่อนทางภาษี แต่ต้องการมาสนับสนุนเพื่อให้การศึกษาดีขึ้น.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554