Posts Tagged ‘ กอศ. ’

ครูอาชีวะเตรียมลุ้น สอศ.เรียกบรรจุครูผู้ช่วยเพิ่ม 320 อัตราเดือน พ.ค.นี้

เมื่อวันที่ 11 พ.ค.54 น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า หลังจากที่สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้ดำเนินการเรียกผู้ที่ผ่านการคัดเลือกที่ขึ้นบัญชีรอการบรรจุ เพื่อบรรจุและแต่งตั้งให้เป็นครูผู้ช่วยผู้ที่สอบขึ้นบัญชีให้เป็นครูผู้ ช่วยมาตั้งแต่ช่วงเดือนม.ค.- ก.พ. ที่ผ่านมาได้มีการบรรจุครูผู้ช่วยไปจำนวนมากแล้วนั้น ในเดือน พ.ค.นี้ ทาง สอศ.จะดำเนินการเรียกบรรจุผู้ที่สอบขึ้นบัญชีไว้อีกครั้งหนึ่ง โดยมีอัตราบรรจุจำนวน 320 อัตราที่จะจัดสรรไปยังสถานศึกษาสังกัด สอศ.ทั่วประเทศ โดยขณะนี้มีผู้ที่สอบขึ้นบัญชีเหลือที่ยังไม่ได้บรรจุจำนวน 1,363 คน จึงคาดว่าจะบรรจุคนกลุ่มนี้ตามสาขาและวิชา ทั้งนี้ยอมรับว่าบางสาขาวิชาไม่สามารถเรียกบรรจุได้เพราะเรียกบรรจุไปหมด แล้ว

ด้านนายดิเรก พรสีมา ประธานคณะกรรมการคุรุสภา กล่าวว่า จากกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการผลิตครูพันธุ์ใหม่มีมติให้ดำเนินการหลักสูตร ครูระดับปริญญาตรี 5ปี และหลักสูตรประกาศนียบัตรบัณฑิต (ป.บัณฑิต) วิชาชีพครูหรือ4+1แทนไปก่อน โดยจะเสนอให้คณะกรรมการคุรุสภาอนุมัติให้บางมหาวิทยาลัยเปิดสอนป.บัณฑิตได้ ในบางมหาวิทยาลัยนั้น ขณะนี้ยังไม่มีมหาวิทยาลัยใดเสนอชื่อเพื่อขอเปิด ป.บัณฑิตมาที่สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา แต่ก็คิดว่าไม่น่าจะมีปัญหาอะไรหากมหาวิทยาลัยที่จะขอเปิดมีวัตถุประสงค์การ เปิดที่ชัดเจน รวมทั้งมีรายชื่อ และมีจำนวนนักศึกษาที่จะเรียน ทั้งนี้หลังจากที่คุรุสภามีมติไม่รับรองหลักสูตรป.บัณฑิตมาตั้งแต่วันที่ 19 ส.ค.53 ก็มีมหาวิทยาลัยหลายแห่งที่ขอเปิด และคุรุสภาได้อนุมัติไปเพียง 17 แห่งเท่านั้น เช่น กรณีการผลิตครูเพื่อใช้ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ การผลิตครูด้านวิทยาศาสตร์ และคณิตศาสตร์ เป็นต้น ส่วนมหาวิทยาลัยที่จะเสนอมาเพื่อเชิงพาณิชย์เช่นเดิมนั้นคุรุสภาไม่อนุมัติ ให้อยู่แล้ว

ที่มา สยามรัฐ
http://www.siamrath.co.th/web/?q=node/58512

 

ศ.ดร.ธีรวุฒิ บุณยโสภณ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ (มจพ.) ในฐานะประธานคณะกรรมการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า บอร์ด กอศ.ได้มีมติเห็นชอบประกาศคณะกรรมการการอาชีวศึกษาเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์การ รวมและการแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2554 ซึ่งตนได้ลงนามในประกาศดังกล่าวแล้วเมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยสาระสำคัญคือการรวมสถานศึกษาอาชีวศึกษา หรือแยกส่วนหนึ่งส่วนใดของสถานศึกษามารวมกับอีกสถานศึกษาหนึ่ง เพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการอาชีวศึกษา ให้ทำได้โดยคำนึงถึงประโยชน์ในการพัฒนาการอาชีวศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพเฉพาะ ให้มีความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ในวิชาชีพชั้นสูง และประสานความร่วมมือให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการใช้ทรัพยากรร่วมกัน ส่งเสริมวิชาการที่มีความชำนาญด้านปฏิบัติการ การสอน การวิจัย การถ่ายทอดเทคโนโลยี การทำนุบำรุงศาสนา ศิลปวัฒนธรรม การอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการให้บริการวิชาการ และวิชาชีพแก่สังคม โดยเฉพาะกำลังคนสายเทคโนโลยี หรือสายปฏิบัติการให้สอดคล้องกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แผนการศึกษาแห่งชาติ และความต้องการของตลาดแรงงาน ตามเป้าหมาย การพัฒนากลุ่มจังหวัด หรือจังหวัด

ศ.ดร.ธีรวุฒิ  กล่าวต่อว่า สำหรับการเสนอจัดตั้งสถาบันฯ ทำได้ 2 วิธี คือ
1. สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) เสนอบอร์ด กอศ. ให้มีการรวมหรือแยกสถานศึกษาอาชีวศึกษาเพื่อจัดตั้งสถาบันตามประกาศนี้

2. สถานศึกษาอาชีวศึกษา ที่ประสงค์จะรวมกันจัดตั้งสถาบันหรือสถานศึกษาที่จะถูกแยกบางส่วน กับสถานศึกษาที่จะรับรวมเป็นสถาบันโดยใช้ทรัพยากรร่วมกัน จะต้องเสนอต่อคณะอนุกรรมการกลั่นกรองความเป็นไปได้ในการตั้งสถาบันตามที่ กอศ.แต่งตั้ง แต่ทั้งนี้ไม่ว่าจะเสนอวิธีการใดก็ตามจะต้องมีการประเมินความพร้อมของสถานศึกษาใน 4 ด้าน คือ
1. ครูและบุคลากรทางการศึกษา
2. อาคารสถานที่ สถานที่ฝึกงาน และเครือข่ายความร่วมมือ
3. การบริหารจัดการ ใช้ทรัพยากรร่วมกัน ความร่วมมือกับสถานประกอบการรวมถึงระบบการประกันคุณภาพ และ
4. การผลิตกำลังคนที่ต้องสนองตอบความต้องการระดับพื้นที่ และระดับประเทศ โดยต้องมีการจัดทำแผนที่ชัดเจน

“ขั้นตอนต่อไป คือ การเข้าสู่การประเมินสถานศึกษาที่มีความพร้อมเพื่อจัดตั้งเป็นสถาบันการ อาชีวศึกษา ซึ่ง บอร์ด กอศ.ยืนยันการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาแบบกลุ่มจังหวัด 10 กลุ่มแรกก่อน ทั้งนี้การจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษาเหลือเพียงแค่การตั้งคณะกรรมการ ประเมินความพร้อมสถาบันที่ เลขาธิการ กอศ. จะต้องนำเสนอให้บอร์ด กอศ.เห็นชอบ” ประธานบอร์ด กอศ.กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา เดลินิวส์

 

สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เล็งจ้างครูช่างเพิ่มแก้ขาดแคลน ฟุ้งยังไม่ทันเปิดรับเด็ก 7 หมื่นคนแห่เรียน “นริศรา” ชงของบกลางช่วย …

น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า จากการที่จะมีการจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพในเร็วๆนี้ และเพื่อรองรับแนวทางปฏิรูปการศึกษาอาชีวศึกษาที่ยุทธศาสตร์ การขับเคลื่อนการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ด้านการพัฒนาอาชีวศึกษา ทำให้สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) จะต้องเตรียมความพร้อมสถานศึกษาในสังกัด อาทิ การปรับแผนการเรียนการสอน การคัดสรรผู้บริหารสถานศึกษา ซึ่งจะมีการเร่งจัดทำแผนให้ชัดเจนโดยเร็ว เพื่อเดินหน้ายกระดับการเรียนการสอนด้านอาชีวศึกษา ส่วนปัญหาการขาดแคลน ครูช่างประมาณ 20,000 คนนั้น อาจจะต้องจ้างครูช่าง 1,100 คนเข้ามาสอน โดยจะมีการกำหนดแนวทางว่าภายในระยะเวลา 2 ปีนี้จะให้ครูช่างที่จ้างเข้ามาสอนก่อนโดยที่ยังไม่ต้องมีใบประกอบคุณวุฒิวิชาชีพเพื่อแก้ปัญหาไปก่อน

เลขาธิการ กอศ.กล่าวต่อว่า สำหรับการรับนักเรียน เข้าเรียนในสถานศึกษาสังกัด สอศ. ปีการศึกษา 2554 ซึ่ง สอศ.ตั้งเป้าจำนวนรับในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) จำนวน 265,980 คนนั้น จะเริ่มเปิดรับสมัครเข้าเรียนในวันที่ 12 มี.ค. แต่จากการสำรวจข้อมูลคร่าวๆ มีนักเรียนแจ้งความจำนงไว้ที่จะเข้ามาเรียนที่สถานศึกษาแล้วประมาณ 70,000 กว่าคน ทั้งที่ยังไม่ได้เปิดรับสมัคร แสดงให้เห็นว่าเด็กมีความสนใจที่จะเข้ามาเรียนกันมากขึ้น ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะว่าการมาเรียนสายนี้ในอนาคตจะมีงานทำ นอกจากนี้ สถานศึกษาต่างๆยังมีการปรับภาพลักษณ์ให้ดีขึ้นด้วย อย่างไรก็ตาม เมื่อมีการเปิดรับสมัครนักเรียนแล้วจะให้แต่ละแห่งรายงานข้อมูลจำนวนการรับว่าเป็นไปตามเป้าที่กำหนดหรือไม่และหากไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เป็นเพราะสาเหตุใดเพื่อที่จะได้ผลักดันให้เด็กมาเรียนสายนี้กันมากขึ้น

ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า สอศ.จะต้องรอดูยอดจำนวนผู้ที่จะเข้าเรียนในสถานศึกษา สอศ.และสถานศึกษาอาชีวศึกษาเอกชนหลังจากวันที่ 20 มี.ค. หากมีจำนวนที่เพิ่มขึ้นตามแผนที่รับจะต้องของบประมาณเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 400 กว่าล้าน โดยอาจจะต้องของบประมาณกลางมาก่อน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 11 มีนาคม 2554

 

น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) นั้น ในระยะแรกตนจะรักษาการตำแหน่งผู้อำนวยการสถาบันไปก่อน  ซึ่งจากนี้ถึงกันยายน 2554 จะมีการจัดสรรงบประมาณให้แก่สถาบันโดยใช้งบฯ จากสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ไปใช้ก่อน และหลังจากนั้น สอศ.จะเสนอตั้งงบฯ ปี 2555 แทนสถาบันในวงเงิน 200 ล้านบาท  ซึ่งขณะนี้ได้เตรียมรายละเอียดไว้เรียบร้อยแล้ว นอกจากนี้จะมีการประชุมจัดทำโครงสร้างต่าง ๆ ของสถาบันไปพร้อม ๆ กัน เช่น ฝ่ายติดตาม ฝ่ายพัฒนามาตรฐาน ฝ่ายรับรอง ตรวจสอบคุณวุฒิ เป็นต้น

น.ส.ศศิธารา กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ สอศ.มี 5 หลักสูตรแล้วที่พร้อมให้สถาบันคุณวุฒิฯ พิจารณาให้การรับรอง ได้แก่ แม่พิมพ์โลหะและพลาสติก  ยานยนต์  ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์  การโรงแรม ภัตตาคาร และ อุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์  โดยจะนำหลักสูตรเหล่านี้มาจัดการเรียนการสอนให้ทันในปีการศึกษา 2554  ซึ่งหากมีการรับรองมาตรฐานแล้วผู้ที่จบในสาขาวิชาชีพนั้น ๆ จะได้จัดสอบสมรรถนะตามที่เรียนมา ซึ่งต้องผ่านตามมาตรฐานที่สถาบันกำหนดไว้  เช่น วิชาชีพแม่พิมพ์ ขณะนี้มาตรฐานสมรรถนะอยู่ที่ระดับ T3 หรือเทียบเท่าหลักสูตร ปวส.1 หากนักศึกษาผ่านการทดสอบตามมาตรฐานดังกล่าว จะได้รับค่าตอบแทนการทำงานเริ่มที่ 12,000 บาท ซึ่งหากเทียบกับ ปวส. เดิมจะอยู่ที่ 7,000 บาท เป็นต้น ซึ่งมาตรฐานทั้งหมดนี้ทางสถาบันจะออกประกาศให้ทราบอย่างชัดเจน

“ภายในปี 2558 ประเทศในกลุ่มอาเซียนจะต้องจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิฯ ให้ครบและต้องมาลงนามบันทึกข้อตกลงร่วมกันให้เป็นไปตามกรอบของอาเซียน ในการเปิดเสรีด้านบริการ คือการเคลื่อนย้ายบุคลากร ซึ่งหมายความว่าต่อไปนี้แรงงานที่ได้รับการรับรองคุณวุฒิวิชาชีพจะมีใบ อนุญาตจากกระทรวงแรงงาน ซึ่งจะสามารถเดินทางไปทำงานในกลุ่มประเทศอาเซียนได้ทันที” เลขาธิการ กอศ.กล่าว.

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2554