Posts Tagged ‘ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ’

ศธ.ชี้โยกย้ายต้องโปร่งใสไม่เรียกเงิน กินเลือดกินเนื้อเพื่อนครู คาดหวัง อ.ก.ค.ศ.ช่วยขับเคลื่อนเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ให้เป็นจริง สอบบรรจุให้ตรงสาขาที่ขาดแคลน …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) กล่าวตอนหนึ่งในการเป็นประธานเปิดประชุมเชิงปฏิบัติการการบริหารงานบุคคลของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (อ.ก.ค.ศ.) เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา 42 เขตทั่วประเทศ ที่โรงแรมปริ๊นซ์พาเลซ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 31 มี.ค.ที่ผ่านมา ว่า สิ่งที่ตนคาดหวังจาก อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา มี 3 เรื่องได้แก่
1.การปฏิบัติและบริหารงานด้วยระบบคุณธรรม
2.การบริหารงานบุคคลต้องปราศจากการกินเลือดกินเนื้อของเพื่อนครู อย่างเช่น สิ่งที่เคยมีการพูดในอดีตว่าเวลาข้าราชการครูฯ จะขอย้ายโรงเรียนต้องเสียเงิน คิดเป็นกิโลเมตรจะต้องไม่มีเกิดขึ้น รวมทั้งการบรรจุแต่งตั้งข้าราชการครูก็ต้องเป็นไปด้วยระบบคุณธรรมและปราศจากการหาผลประโยชน์จากครู โดยจะต้องห้ามไม่ให้มีข้อกล่าวหาเรียกรับผลประโยชน์จากข้าราชการครูฯ และ
3.จะต้องหาทางช่วยกันขับเคลื่อนเป้าหมายการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่ 2 ให้เป็นจริงให้ได้

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า สำหรับการสอบบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเพื่อให้ดำรงตำแหน่งครูผู้ช่วยในปีการศึกษา 2554 นั้น ตนขอเน้นย้ำว่าจะต้องไม่มีการฝากใครเข้าทำงานในตำแหน่งดังกล่าวอย่างเด็ดขาด และทุกอย่างจะต้องมีการดำเนินการด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม ซึ่งจะต้องมีการทำความเข้าใจให้ผู้ที่สมัครสอบบรรจุในครั้งนี้ได้เข้าใจถึงหลักเกณฑ์และวิธีการต่างๆด้วย อย่างไรก็ตาม ตนยังคาดหวังว่า อ.ก.ค.ศ.เขตพื้นที่การศึกษาจะต้องสร้างภาพลักษณ์ที่ดีเพื่อยกระดับให้เป็นที่ยอมรับของประชาชนและให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากันกับคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในอนาคต

“การทำหน้าที่ของคณะอนุกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ควรจะต้องเน้นย้ำการปฏิรูปการศึกษาฯ และควรจะต้องช่วยกันผลักดันให้เป็นไปตามเป้าหมาย อย่างเรื่องการส่งเสริมคุณภาพของข้าราชการครูให้มีมากขึ้น อย่างการบรรจุครูเข้าทำหน้าที่ในโรงเรียนดีประจำตำบลก็อยากให้มีการบรรจุข้าราชการครูให้ตรงกับวิชาเอกที่โรงเรียนต้องการอย่างแท้จริงด้วย” นายชินวรณ์กล่าว.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ

 

สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯ

‘ชินวรณ์’ ยันรับเด็กเดินถูกทาง-สพม.เผยเตรียมรวบรวมข้อมูลที่นั่งว่าง ม.4 ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวกรณีมีผู้ปกครองนักเรียนโทรศัพท์มายังสายด่วน 1579 เพราะไม่พอใจนโยบายรับนักเรียนชั้น ม.1 และ ม.4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ว่า นโยบายดังกล่าวผ่านขั้นตอนแสดงความคิดเห็นจากทุกฝ่ายจนนำมาสู่การออกกฎ 9 ข้อ ซึ่งเป็นธรรมดาของผู้ปกครองนักเรียนที่ผิดหวังอาจไม่พอใจ แต่นักเรียนส่วนใหญ่ที่สอบได้ก็ส่งจดหมายและอีเมล์มาให้ กำลังใจตน ซึ่งปีนี้มีผู้สมัครเข้าเรียนชั้น ม.1 ประมาณ 270,000 คน และมีผู้ที่เข้าเรียนในโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูงได้ถึงร้อยละ 85 เชื่อว่านโยบายรับนักเรียนเดินมาถูกทางแล้ว

“นโยบายดังกล่าวไม่ส่งผลกระทบต่อการเลือกตั้งอย่างแน่นอน เพราะตอนที่ประกาศก็มีแต่ผู้อำนวยการสถานศึกษาปรบมือให้กำลังใจ ซึ่งผมอยากถามว่าจะให้ผมมาเป็นรัฐมนตรีเพื่อรับฝากเด็กหรือให้มาเพื่อเดินหน้าปฏิรูปการศึกษา” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า ภาพรวมการรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษมีร้อยละ 1.5 หรือ 3,000 คน ส่วนที่บางโรงเรียนรับนักเรียนเงื่อนไขพิเศษจำนวนมากได้รับรายงานว่าเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่วางไว้

ด้านนายวิทธยา บริบูรณ์ทรัพย์ ผอ.ร.ร.โยธินบูรณะ รักษาการ ผอ.สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) กรุงเทพฯ เขต 1 กล่าวว่า ขณะนี้มีเด็กในพื้นที่ สพม.เขต 1 ที่ยังไม่มีที่เรียนชั้น ม.1 ประมาณ 1,200 คน ซึ่งจะจัดสรรที่เรียนให้แก่เด็กทุกคน ส่วนโรงเรียนใดที่ยังมีที่นั่งชั้น ม.4 ว่างอยู่นั้น เขตพื้นที่ฯจะเร่งรวบรวมข้อมูลและประกาศ ผ่านเว็บไซต์ของเขตพื้นที่ฯภายในสัปดาห์นี้.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 25 มีนาคม 2554

 

รมว.ศึกษาธิการ แฉได้รับเรื่อง ร.ร.เรียกใต้โต๊ะ ชี้ให้ความเป็นธรรมทั้งสองฝ่าย ขยายแจ้งชื่อเงื่อนไขพิเศษถึง 22 มี.ค. …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวในการสัมมนาผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ และผู้อำนวยการโรงเรียนที่มีอัตราการแข่งขันสูง 366 โรงว่า ตนต้องการเปลี่ยนระบบการศึกษาไทยให้เป็นนโยบายการรับนักเรียนแห่งการอภิวัฒน์ สร้างค่านิยมใหม่ให้กับผู้ปกครองและนักเรียน เพื่อให้เด็กทุกคนได้เลือกเรียนตามความถนัดอย่างหลากหลาย นำไปสู่การมีคุณภาพทางการศึกษาที่สูงขึ้น และสังคมตระหนักถึงการระดมทรัพยากรทางการศึกษาอย่างโปร่งใสและเป็นธรรม อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีผู้ปกครองร้องเรียนถึงการเรียกรับเงินใต้โต๊ะของโรงเรียนดังมายังตนแล้วกว่า 30 โรง เป็นเงินจำนวนกว่า 16 ล้านบาท ซึ่งตนอยากให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย เพราะเป็นการร้องเรียนตั้งแต่ยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงนโยบาย

“เบื้องต้นผมพอใจในนโยบายดังกล่าว และให้คะแนนร้อยละ 85 ส่วนที่เหลือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ต้องนำไปสู่การปฏิบัติอย่างทั่วถึง ส่วนกรณีที่ผู้ปกครองคิดว่าโรงเรียนจะเปิดรับรอบ 2 นั้น ยืนยันว่าไม่มี และผู้ปกครองต้องเตรียมแผนรองรับให้บุตรหลานไว้ด้วย” รมว.ศึกษาธิการกล่าวและว่า สำหรับข้อเสนอแนะจาก ผอ.ร.ร.ที่ไม่สามารถประกาศรายชื่อนักเรียนเงื่อนไขพิเศษได้ทันในวันที่ 18 มี.ค.นั้น ตนเข้าใจและให้ขยายการประกาศเป็นวันที่ 22 มี.ค. ส่วนกรณีผู้สละสิทธิ์ขอให้เลือกสำรองตามบัญชีรายชื่อผู้สอบทั่วไปและขยับจากบัญชีรายชื่อนักเรียนผู้สอบในเขตพื้นที่สลับกัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมดังกล่าวได้เปิดให้กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษาได้เสวนาเกี่ยวกับนโยบายการรับนักเรียน โดยนายอุดม พรมพันธ์ใจ ผอ.ร.ร.เตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการกล่าวว่า การกำหนดเงื่อนไขพิเศษต้องคิดให้รอบคอบ เพราะการพิจารณาต้องผ่านความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษา ซึ่งหากให้ ประกาศรายชื่อเด็กเงื่อนไขพิเศษวันที่ 18 มี.ค.นี้ก็คงไม่ทันแน่นอน ผอ.ร.ร.อาจจะต้องตกเป็นจำเลยสังคมและหากโดนฟ้องใครจะรับผิดชอบและนโยบายรับเด็กปีนี้มีการเปลี่ยนแปลงเร็วมากทำให้โรงเรียนปรับตัวไม่ทัน

ด้านนายมานิตย์ จันวัน ผอ.ร.ร.ระยองวิทยาคม กล่าวว่า เมื่อนโยบายออกมาชัดเจนว่าฝากเด็กไม่ได้ ผู้ปกครองก็เข้าใจ แต่ก็ยังมีผู้มาสอบถามตนว่าฝากเด็กได้หรือไม่ โดยเฉพาะนักการเมือง.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 18 มีนาคม 2554

 

“ชินวรณ์” จี้ สพฐ.กำหนดเกณฑ์รับเด็กเงื่อนไขพิเศษ ไม่ปฏิเสธผู้มีอุปการคุณ “สุขุม” คุมเข้มหวั่นสวมชื่อแทนผู้สละสิทธิ์…

เมื่อวันที่ 11 มี.ค. นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยหลังการประชุมร่วมกับคณะกรรมการติดตาม ตรวจสอบ และประเมินผลการรับนักเรียนของสถานศึกษาปีการศึกษา 2554 ที่มี รศ.ดร. สุขุม เฉลยทรัพย์ เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมเห็นชอบให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กำหนดรายละเอียดให้ชัดเจนในกรณีการรับนักเรียนในเงื่อนไขพิเศษ โดยต้องเป็นนักเรียนที่มีคุณลักษณะดังนี้ 1.เป็นนักเรียนที่ได้คะแนนสอบเท่ากันในลำดับสุดท้าย 2.เป็นนักเรียนที่มีข้อตกลงในการจัดตั้งโรงเรียน 3.เป็นนักเรียนที่เป็นผู้ยากไร้และด้อยโอกาส 4.เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรผู้เสียสละเพื่อชาติหรือผู้ประสบภัยพิบัติที่ต้องได้รับการสงเคราะห์เป็นพิเศษ 5.เป็นนักเรียนโควตาตามข้อตกลงของโรงเรียนคู่สหกิจ หรือคู่พัฒนา หรือโรงเรียนเครือข่าย 6.เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรข้าราชการ ครูหรือบุคลากรของโรงเรียน และ 7. เป็นนักเรียนที่เป็นบุตรของผู้ทำคุณประโยชน์ให้กับโรงเรียนอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ การรับนักเรียนในเงื่อนไขพิเศษนั้นจะต้องเป็นไปตามหลักการ 3 ข้อ ดังนี้ 1. ต้องไม่มีการรับฝาก และไม่ เรียกรับเงินหรือผลประโยชน์อื่นใด 2. บุคคลหรือองค์กรที่เสนอชื่อนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ ต้องมีความเกี่ยวพันโดยตรงกับนักเรียน และ 3. ไม่ให้มีการแบ่งโควตาไปรับนักเรียนที่มีเงื่อนไขพิเศษ

“เราไม่ปฏิเสธผู้ที่มีอุปการคุณ แต่ต้องมีการประกาศชื่ออย่างชัดเจนในจำนวนเหล่านี้ ซึ่งที่ประชุมจะมอบหมายให้ สพฐ.ทำบันทึกความเข้าใจเรื่องนี้” รมว.ศธ.กล่าว

ด้าน รศ.ดร.สุขุม กล่าวว่า ในระหว่างวันที่ 12-16 มี.ค.นี้ โดยเป็นช่วงการรับสมัครนักเรียน คณะกรรมการติดตามฯ จะเดินสายตรวจสอบ และจะมีการประชุมสรุปผลหลังวันที่ 16 มี.ค. และวันที่ 27 มี.ค. ซึ่งเป็นวันจับสลากก็จะไปติดตามสังเกตการณ์ด้วย เมื่อรับนักเรียนแล้วเสร็จ สถานศึกษาที่มีการอัตราการแข่งขันสูง 369 แห่ง ต้องส่งรายชื่อนักเรียนทั้งในประเภทสอบคัดเลือกและเงื่อนไขพิเศษ ให้ คณะกรรมการติดตามฯ ตรวจสอบความถูกต้อง และเมื่อมีการรายงานตัวแล้วต้องส่งรายชื่อกลับมาให้ตรวจสอบอีกครั้ง เพื่อป้องกันการเปลี่ยนตัวนักเรียนที่สละสิทธิ์ และสวมชื่อแทน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 12 มีนาคม 2554

 

ครู 2 หมื่นคนส่อวืดปรับขึ้นเงินเดือน 8%“ชินวรณ์” จี้หารือ กงช.-ก.พ.หาทางออก อาจใช้วิธีปรับพอกเงินเดือน…

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะและเงินประจำตำแหน่งข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่…) พ.ศ… ผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภา 3 วาระรวดไปแล้วตั้งแต่วันที่ 2 มี.ค. และขั้นตอนจากนี้วุฒิสภาต้องส่งร่าง พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะฯไปให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรีเพื่อเสนอเรื่องขึ้นทูลเกล้าฯถวาย เพื่อทรงลงพระปรมาภิไธยและให้มีผลบังคับใช้ต่อไปนั้น ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ได้ตรวจสอบข้อมูลแล้วพบว่าข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาส่วนใหญ่จะได้ปรับเพดานเงินใหม่ 8% แต่จะมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาที่มีเงินเดือนต่ำกว่าเงินเดือนขั้นต่ำตามบัญชีเงินเดือนขั้นสูงขั้นต่ำแนบท้ายร่าง พ.ร.บ. เงินเดือน เงินวิทยฐานะฯ ประมาณ 20,000 คนจะไม่ได้รับการปรับเพดานดังกล่าว แต่ยังได้รับการปรับในส่วนของค่าครองชีพ 5% โดยข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มนี้จะเป็นกลุ่มครูผู้ช่วย อันดับเงินเดือน คศ. 1 คศ. 2 และคศ. 3

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ยอมรับว่าจะมีข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาบางกลุ่มไม่ได้รับการปรับขึ้นเงินเดือนดังกล่าวจริง เนื่องจากกฎหมายไปกำหนดอัตราขั้นสูง ขั้นต่ำเอาไว้ ดังนั้น ตนจึงได้มอบให้สำนักงาน ก.ค.ศ.ไปหารือว่าจะแก้ปัญหาอย่างไร ซึ่งทางออกน่าจะมี 2 แนวทาง ได้แก่
1.ให้มีการปรับพอกหรือค่อยๆปรับเงินเดือนให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษากลุ่มนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะถึงอันดับเงินเดือนขั้นต่ำ
2.อาจต้องปรับตัวเลขที่เป็นโครงสร้างเงินเดือนเพื่อให้ได้มีโอกาสได้รับเงินเดือนเท่ากับข้าราชการในส่วนงานอื่นที่ไม่ได้ปรับมาแล้ว 2 ครั้ง อย่างไรก็ตาม สำนักงาน ก.ค.ศ.จะต้องไปหารือในรายละเอียดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งคณะกรรมการเงินเดือนแห่งชาติ (กงช.) และสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ว่าจะทำอย่างไร เพราะต้องถือปฏิบัติการปรับเงินเดือนไปในแนวทางเดียวกัน ทั้งนี้ ตนทราบว่าทาง ก.พ.เองก็ใช้วิธีการปรับพอกเงินเดือนแก่ข้าราชการพลเรือนที่เงินเดือนไม่ถึงขั้นต่ำเช่นเดียวกัน.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 9 มีนาคม 2554

 

นายกฯกดปุ่มโอนเงินเรียนฟรีให้ ร.ร.โวผลสำรวจประชาชนพึงพอใจ “ชินวรณ์” ยันยุบสภาไม่กระทบนโยบาย…

เมื่อวันที่ 7 มี.ค. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวตอนหนึ่งในพิธีโอนเงินสู่สถานศึกษาตามนโยบาย “เรียนฟรี เรียนดี 15 ปีอย่างมีคุณภาพ ปีที่ 3” ที่ อิมแพค เมืองทองธานี ว่า รัฐบาลได้เน้นย้ำกระบวนการพัฒนาคนเป็นเรื่องหลักในการวางรากฐานพัฒนาประเทศ โดยได้ให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับโอกาสในการเข้าถึงการศึกษา ซึ่งโครงการการเรียนฟรีฯ ถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานตามรัฐธรรมนูญที่เด็กทุกคนจะได้รับ นอกจากโครงการนี้จะช่วยสร้างโอกาสทางการศึกษาแล้ว ยังช่วยลดความเหลื่อมล้ำ และการแสดงความมีน้ำใจของผู้ปกครองที่มีฐานะดีที่ได้สละสิทธิ์เงินเรียนฟรีด้วย

“นโยบายเรียนฟรีฯ เป็นนโยบายที่ได้รับเสียงตอบรับสูงสุด จะเห็นได้จากผลสำรวจจากสำนักงานสถิติแห่งชาติ และสถาบันต่างๆ ซึ่งยืนยันว่าประชาชนได้รับประโยชน์และพึงพอใจมาก โดยหลังจากนี้จะปรับปรุงจุดที่เป็นช่องว่างและจุดอ่อนในการขับเคลื่อนนโยบาย รวมทั้งดูแลให้นโยบายนี้มีคุณภาพอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต” นายอภิสิทธิ์กล่าวและว่า ขอเน้นย้ำว่าการจัดการศึกษาจะพยายามทำให้ทุกคนได้รับโอกาสอย่างทั่วถึง และมีคุณภาพ ซึ่งในแผนปฏิรูปประเทศไทย ก็ได้จัดแผนการดำเนินงานที่จะให้เด็กตกหล่นจากระบบการศึกษามีโอกาสในการพัฒนาตนเอง และนำเด็กกลับเข้าสู่ระบบการศึกษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้นนายกรัฐมนตรี พร้อมนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายไชยยศ จิรเมธากร รมช.ศึกษาธิการ และ น.ส.นริศรา ชวาล–ตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ รวมทั้งผู้บริหารระดับสูงของกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ร่วมกดปุ่มโอนเงินจำนวน 40,000 ล้านบาท ให้แก่สถานศึกษาทั่วประเทศ

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า แม้รัฐบาลจะมีการประกาศยุบสภาและจะมีการเลือกตั้งใหม่ แต่จะไม่กระทบต่อการศึกษาเพราะตนได้พยายามทำทุกเรื่องของนโยบายการศึกษาไม่ให้ผูกติดกับระบบการเมือง ส่วนนโยบายการรับนักเรียนชั้น ม. 1 และ ม. 4 ในโรงเรียนสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ปีการศึกษา 2554 นั้น แม้จะไม่มีใครร้องเรียนเข้ามาแต่ตนก็จะเชิญคณะกรรมการองค์กรหลักลงไปตรวจสอบความโปร่งใส และหลังวันที่ 10 มิ.ย. ตนจะลงไปตรวจสอบเอง.

ข่าวการศึกษา ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 8 มีนาคม 2554

 

มส.มีมติให้โรงเรียนในพื้นที่วัดทั่วประเทศ มีคำว่าวัดนำหน้า พศ.เดินหน้าทวงค่าเช่าที่ธรณีสงฆ์ เสมา 1 หนุนมติ มส.ชี้จัดศึกษาร่วมกัน…

จากกรณีที่ประชุมกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติให้โรงเรียนที่ใช้พื้นที่วัดทั่วประเทศมีคำว่าวัดนำหน้าชื่อโรงเรียนนั้น นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว. ศึกษาธิการ กล่าวว่า ตนเห็นด้วยกับมติ มส.เพราะโรงเรียนต้องเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ และถ่ายทอดอัตลักษณ์แห่งภูมิปัญญาท้องถิ่น โรงเรียนตั้งอยู่บนที่ดินของวัดก็ควรมีชื่อวัดเพื่อแสดงถึงความมีส่วนร่วมของวัดในการจัดการศึกษา ส่วนการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนต้องมีการทำความเข้าใจให้ดี เพราะอาจทำให้เกิดความขัดแย้งได้ โดยเฉพาะกับครูอาจารย์และศิษย์เก่า

ด้าน ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กล่าวว่า เรื่องนี้ทำได้แต่กระบวนการในการดำเนินการนั้นคงต้องรอหนังสือแจ้งจาก มส.อีกครั้ง โดยขณะนี้โรงเรียนที่มีชื่อวัดอยู่แล้ว 21,125 โรง หากจะเปลี่ยนก็เป็นอำนาจของคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษา ยกเว้นชื่อพระราชทานที่ไม่สามารถ เปลี่ยนแปลงได้

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า มติ มส.ยังไม่มีผลทันที โดยหลังจากนี้ พศ. ต้องหารือกับกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อจัดทำหลักเกณฑ์ว่าโรงเรียนใดบ้างที่มีการตัดชื่อวัดออกไปแล้ว และจะต้องนำกลับมาใส่เหมือนเดิม สำหรับโรงเรียนที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ธรณีสงฆ์ แต่ได้รับการยกเว้นไม่ต้องปฏิบัติตามมติดังกล่าวจะเป็นโรงเรียนได้รับชื่อพระราชทาน

“มติ มส.ก็เพื่อป้องกันโรงเรียนที่มีผลประโยชน์ แอบแฝง อาทิ ผอ.โรงเรียนบางแห่งต้องการตัดชื่อวัดออกจากชื่อโรงเรียน เพราะต้องการนำที่ดินของวัดไปออกเป็นโฉนด หากพบก็จะตามทวงคืนแน่นอน และจะหารือกับวัดทั่วประเทศ ให้ตรวจสอบการทำสัญญาเช่าที่ธรณีสงฆ์ของโรงเรียนต่างๆ เพราะมีรายงานว่าโรงเรียนที่เช่าที่วัดหลายโรงเรียนไม่เคยทำสัญญาเช่า ที่สำคัญบางแห่งไม่ยอมจ่ายค่าเช่ามาแล้ว 20-30 ปี”

ด้านนายสมเกียรติ ศรลัมพ์ ประธานคณะอนุกรรมาธิการกิจการพระพุทธศาสนา ในคณะกรรมาธิการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า เบื้องต้นพบว่าโรงเรียนที่มีการตัดคำว่าวัด ออกจากโรงเรียน อาทิ ร.ร.วิมุตยารามพิทยากร ร.ร.กุนนทีรุทธารามวิทยาคม ร.ร.จันทร์ประดิษฐารามวิทยาคม ร.ร.ชิโนรสวิทยาลัย ร.ร.ไชยฉิมพลีวิทยาคม ร.ร.ไตรมิตรวิทยาลัย ร.ร.เทพลีลา ร.ร.เทพศิรินทร์ ร.ร.สุวรรณารามวิทยาคม เป็นต้น.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 2 มีนาคม 2554

 

คลอดเกณฑ์รับบริจาคภาคเอกชนหนุนศึกษา

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ

ศธ. จี้ทำคลอดเกณฑ์รับบริจาคภาคเอกชนหนุนการศึกษา คืนกำไรให้สังคม สามารถนำไปลดหย่อนภาษีบริษัทได้ 2 เท่า …

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า ได้หารือกับ ดร.ชินภัทร ภูมิรัตน เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) ว่า เนื่องจากในช่วงหลังรัฐบาลและกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีนโยบายสร้างการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนให้เข้ามาพัฒนาทางการศึกษา และประกอบกับทางภาคเอกชนก็มีพันธกิจที่จะคืนกำไรให้กับสังคม ฉะนั้นส่วนตัวเห็นว่าการคืนกำไรให้กับสังคมของผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนต่างๆไม่มีเรื่องใดที่จะสำคัญและยิ่งใหญ่ไปกว่าการมาลงทุนทางด้านทรัพยากรมนุษย์หรือการศึกษา ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการจัดสัมมนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของฝ่ายบริจาค กับสถานศึกษาที่ชัดเจน ดังนั้น ตนจึงได้มอบหมาย สพฐ.ให้ไปดำเนินการจัดประชุมระดมความเห็นในเรื่องนี้ และจะต้องมีการกำหนดหลักเกณฑ์หรือข้อตกลงร่วมกันด้วย เพราะการคืนกำไรให้กับสังคมของผู้ประกอบการหรือภาคเอกชนนั้นสามารถนำไปลดหย่อนภาษีบริษัทได้ 2 เท่าเมื่อมาบริจาคให้ กับสถานศึกษา หรือบางสถานประกอบการนำไปลด หย่อนภาษีให้ตนเองได้ด้วย รวมทั้งยังเป็นการสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับสถานประกอบการด้วย

รมว.ศึกษาธิการกล่าวอีกว่า ตนคิดว่า ศธ.มีสถานศึกษาในสังกัดจำนวนมากมาย จึงควรจะกำหนดหลักเกณฑ์เรื่องนี้ให้ชัดเจน หากไม่มีการกำหนดเกณฑ์การบริจาคที่ชัดเจนอาจจะไม่สามารถระดมทรัพยากรที่สนองตอบตรงกับเป้าหมายหรือความ ต้องการของสถานศึกษาได้และคิดว่าผู้มาบริจาคก็ไม่ต้องการจะถูกกล่าวหาว่ามาบริจาคเพื่อเอาหน้าหรือนำไปลดหย่อนทางภาษี แต่ต้องการมาสนับสนุนเพื่อให้การศึกษาดีขึ้น.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 26 กุมภาพันธ์ 2554

 

โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ สคช.มีวัตถุประสงค์จัดตั้งเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพให้การ รับรององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะและมาตรฐานอาชีพ…

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบร่างพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (องค์การมหาชน) พ.ศ. … และจะมีผลบังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยมีสาระสำคัญว่ากำหนดให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ (สคช.) เป็นองค์การมหาชน อยู่ในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรี สำหรับคณะกรรมการบริหารสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ กำหนดให้มี 11 คน โดยผู้ อำนวยการสถาบัน เป็นกรรมการและเลขานุการ ส่วนหลักเกณฑ์และวิธีการสรรหาบุคคลเพื่อเสนอคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นประธาน กรรมการ ตลอดจนการสรรหาประธานและกรรมการ ให้เป็นไปตามระเบียบที่ ครม.กำหนด โดยการเสนอแนะของคณะกรรมการ สคช.มีวัตถุประสงค์จัดตั้งเพื่อศึกษาวิจัยและพัฒนาระบบคุณวุฒิวิชาชีพให้การรับรององค์กรที่มีหน้าที่รับรองสมรรถนะและมาตรฐานอาชีพ เป็นต้น โดยให้ สคช.มีอำนาจให้ประกาศนียบัตรคุณวุฒิวิชาชีพในสาขาที่กำหนด

ด้าน น.ส.นริศรา ชวาลตันพิพัทธ์ รมช.ศึกษาธิการ กล่าวว่า ขณะนี้ สอศ.ได้ดำเนินการปรับหลักสูตรการเรียนการสอนและพร้อมที่จะเสนอให้สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพรับรองคุณวุฒิวิชาชีพแล้ว ได้แก่ วิชาแม่พิมพ์โลหะและพลาสติก วิชาชีพยานยนต์ วิชาชีพไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วิชาชีพโรงแรมและภัตตาคาร วิชาชีพอุตสาหกรรมแปรรูปเนื้อสัตว์ โดย สอศ.จะนำหลักสูตรในสาขาวิชาที่จะผ่านการรับรองจากสถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ มาจัดการเรียนการสอนให้ทันในปีการ ศึกษา 2554 นี้ พร้อมทั้งจะมีการจัดตั้งสถาบันการอาชีวศึกษา 4-5 แห่งที่เน้นการผลิตแรงงานตามความ ต้องการของประเทศ เช่น ยานยนต์ เกษตร เป็นต้น.

ที่มา ไทยรัฐ วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2554